ปลาน้ำจืดที่กินแพลงค์ตอนเป็นอาหาร

ประเภทของปลาน้ำจืดที่นิยมเลี้ยง
1. หลักเกณฑ์การคัดเลือกปลาที่จะเลี้ยง
จุดประสงค์ในการเลี้ยงปลาที่จะให้ได้กำไรก็คือ จะต้องเลี้ยงปลาที่มีผลผลิตเป็นเนื้อปลาสูงสุดในแหล่งนํ้านั้นๆ เป็นปลาที่กินอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่ออย่างเต็มที่ และกินอาหารสมทบที่จัดหามาให้ โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจที่จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ข้อพิจารณาขั้นพื้นฐานในการคัดเลือกปลาที่จะเลี้ยง ควรเป็นปลาที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เจริญเติบโตรวดเร็ว (2) มีความสามารถในการกินอาหารธรรมชาติอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารสมทบเป็นเนื้อ (3) มีความทนทานต่อภาวะแวดล้อม และมีความต้านทานต่อการเบียดเบียนของโรคพยาธิ (4) มีลูกดกและขยายพันธุ์ง่าย ระยะเวลาการวางไข่แพร่พันธุ์ยาวนานและวางไข่หลายครั้ง (5) ไม่เป็นศัตรูหรือกินปลาด้วยกัน โดยเฉพาะควรเป็นปลากินพืชหรือกินแพลงค์ตอน (6) ควรเป็นปลาที่เลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ดีไม่รบกวนซึ่งกันและกัน และ (7) เป็นปลาที่มีรสชาติและมีคุณค่าทางอาหารสูงและขายได้ราคา
การที่ปลาจะใช้ประโยชน์จากอาหารธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องเป็นปลาที่กินอาหารที่มีห่วงโซ่อาหารสั้น (short food chain) เช่น ปลาที่กินแพลงค์ตอน กินพวกอินทรียสารที่เน่าเปื่อย หรือปลาที่กินสาหร่าย นอกจากนั้นควรจะเป็นปลาที่ใช้ประโยชน์จากอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของบ่อ เช่น ปลาที่มี แหล่งอาศัยต่างกันก็กินอาหารแตกต่างกันออกไป เพื่อที่จะให้เกิดผลผลิตสูงก็ควรจะเลี้ยงปลาที่มีนิสัยการกินอาหารแตกต่างกันไว้ในบ่อเดียวกัน
ในแง่เศรษฐกิจควรจะเลี้ยงปลากินพืช แต่ผู้บริโภคปรารถนาปลาที่มีรสชาติดีแตกต่างกัน ปลากินเนื้อเป็นปลาที่มีรสดีเหนือปลากินพืช และมีราคาดีกว่า จึงมีผู้นิยมเลี้ยงกับปลาอื่นที่เป็นเหยื่อในอัตราส่วนที่เหมาะสม
การเพาะเลี้ยงปลาบางชนิดที่ให้ผลผลิตดีกว่าปลาที่มีอยู่ในท้องที่ จึงได้มีการนำปลาจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยง และมีปลาหลายชนิดที่เรานำเข้ามาเลี้ยงในประเทศ บางชนิดก็เป็นที่นิยม เช่น ปลานิล และบางชนิดก็เสื่อมความนิยม เช่น ปลาหมอเทศ นอกจากนั้นบางอย่างอาจจะเลี้ยงได้ดีในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างจากเดิม เช่น ปลานํ้ากร่อยบางชนิด (euryhaline fishes) เจริญเติบโตในนํ้าจืดดีกว่าในนํ้ากร่อย
2. ประเภทของปลานํ้าจืด
ปลากินแพลงค์ตอน
ปลานํ้าจืดที่กินแพลงค์ตอนเป็นอาหาร มีลักษณะที่สำคัญคือ ซี่เหงือกละเอียด และอยู่ชิดกัน ทำหน้าที่กรองแพลงค์ตอนพืชและแพลงค์ตอนสัตว์ที่ติดมากับนํ้า ผ่านช่องเหงือกกลืนกินเป็นอาหาร สัตว์นํ้าจืดประเภทนี้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ที่นิยมนำมาเลี้ยงมีดังนี้

ปลาลิ่น
ปลาลิ่น (Hypophthalmichthys molitrix)
ปลาลิ่นหรือปลาเล่ง เป็นปลานํ้าจืดที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน เป็นปลาแม่นํ้าอยู่ได้ในนํ้ากร่อยเล็กน้อย เมื่อนำมาเลี้ยงในที่กักขังเจริญเติบโตได้ดี ไม่วางไข่แพร่พันธุ์ในบ่อ สามารถเพาะพันธุ์ได้ด้วยวิธีการฉีดฮอร์โมน ฤดูกาลวางไข่ตั้งแต่เดือน เมษายน – ตุลาคม
นิสัยการกินอาหาร ปลาลิ่นกินแพลงค์ตอนเป็นอาหาร อายุ 1 – 3 วัน มีความยาว 7 – 9 มิลลิเมตร กินแพลงค์ตอนสัตว์ โรติเฟอร์ และตัวอ่อนของโคปิพอด หลังจากอายุได้ 8-12 วัน กินพวกไรนํ้า โคปิพอดขนาดใหญ่และแพลงค์ตอนพืช
ลูกปลาขนาด 3 เชนติเมตร มีซี่เหงือกสำหรับกรองกินอาหารจำพวกแพลงค์ตอน พืชและแพลงค์ตอนสัตว์ การเลี้ยงปลาลิ่นขนาดโตไม่จำเป็นต้องให้อาหารสมทบ เว้นแต่ในระยะที่เป็นลูกปลาซึ่งเลี้ยงด้วยแป้งและรำข้าว
การเจริญเติบโต การเจริญเติบโตของลูกปลาในระยะ 10 วันแรกเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากฟักเป็นตัวมีขนาดความยาว 0.7 เซนติเมตร มีนํ้าหนัก 0.002 กรัม จะโตมีขนาดความยาว 1.9 เซนติเมตร และหนัก 0.09 กรัม ภายใน 10 วัน และจะโตมีความยาว 4.7 เซนติเมตร หนัก 1.1 กรัม ภายในเวลา 20 วัน อัตราการเพิ่มนํ้าหนักใน 10 วันแรกวันละ 0.00 – 0.02 กรัม และนํ้าหนักจะเป็น 4.2 กรัมต่อวัน ในระยะที่เป็นลูกปลาขนาดนิ้วมือ ลูกปลาขนาดนิ้วมือจะโตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 10 วัน และจะโตเป็นปลาใหญ่ภายใน 100 วัน
ปลาใหญ่จะเจริญเติบโตไปในทางยาวลำตัวมากที่สุดในปีที่ 2 และจะเจริญเติบโต เพิ่มนํ้าหนักมากที่สุดในปีที่ 3 หลังจากนั้นอัตราการเจริญเติบโตจะช้าลง ในระยะนี้ นํ้าหนักจะเพิ่มขึ้นวันละ 6.3 กรัมต่อวัน
อุณหภูมิ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของปลาลิ่น อุณหภูมิที่เหมาะสมสูงกว่า 20 °C ปลาลิ่นจะกินอาหารน้อยลงเมื่ออุณหภูมิตํ่ากว่า 15 องศาเซลเซียส และจะหยุดกินอาหารเมื่ออุณหภูมิตํ่ากว่า 8-10 องศาเซลเซียส การเจริญเติบโตดีที่สุดเมื่ออุณหภูมิ 30 – 31 องศาเซลเซียส
การสืบพันธุ์ ดินฟ้าอากาศและสภาวะแวดล้อมเป็นปัจจัยควบคุมการเจริญของอวัยวะเพศผู้และเพศเมียของปลา นอกจากนั้นอายุของปลาที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์วางไข่ขึ้นอยู่กับอาหาร แสงสว่าง ความหนาแน่นและการถ่ายเทไหลเวียนของนํ้า ในจีนตอนใต้ อายุปลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์จะมีอายุ 2 – 3 ปี จีนตอนเหนือปลาอายุ 5 – 6 ปี จึงจะสืบพันธุ์ได้ แต่ในไทยปลาลิ่นจะใช้เพาะพันธุ์ได้เมื่ออายุครบ 1 ปี จำนวนไข่ในท้องโดยเฉลี่ย 141 ฟองต่อน้ำหนักตัว 1 กรัม ปลาหนัก 5 กิโลกรัม อายุ 4 ปี จะวางไข่ 0.7 ล้านฟอง
ระบบการเลี้ยงปลาลิ่น การเลี้ยงพ่อแม่ปลาใช้บ่อเนื้อที่ 200 – 450 ตารางเมตร ระดับนํ้าลึก 1.5 – 2.0 เมตร พื้นก้นบ่อเป็นดินร่วน ก่อนฤดูวางไข่หนึ่งเดือนคัดแยกปลาออกเลี้ยงแต่ละบ่อ โดยอาศัยลักษณะการเจริญของเพศ หรืออาจจะแยกตัวผู้และตัวเมีย เลี้ยงไว้เพศละบ่อ
บ่อเลี้ยงลูกปลาขนาดเล็กและลูกปลาขนาดนิ้วมือ มีขนาดเนื้อที่มากกว่า 200 ตารางเมตร มีระดับนํ้าลึก 1.2 – 1.5 เมตร ลูกปลาหลังจากฟักเป็นตัว 12 – 20 วัน จะโตได้ขนาดความยาว 2.5 – 3.0 เซนติเมตร อาหารของลูกปลาในระยะนี้อาศัยอาหารธรรมชาติในบ่อที่เกิดขึ้นโดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และให้อาหารสมทบพวกแป้งสาลี รำข้าว และกากถั่วเมื่อลูกปลาโตได้ขนาดนิ้วมือ อัตราอาหารที่เลี้ยง 1 กิโลกรัมต่อปลา 10,000 ตัว ต่อวัน ปลาจะโตได้ขนาดความยาว 6 – 9.5 เซนติเมตร ภายใน 20 – 50 วัน
การเลี้ยงปลาใหญ่ตามปกติใช้วิธีเลี้ยงรวมกับปลาจีนชนิดอื่น เช่น เลี้ยงรวมกับปลาเฉา ซึ่งกินพวกพืชในปริมาณมาก สิ่งขับถ่ายจากปลาเฉาเป็นปุ๋ยก่อให้เกิดแพลงค์ตอนพืช ซึ่งเป็นอาหารของปลาลิ่น นอกจากนั้นปลาลิ่นยังนิยมเลี้ยงควบคู่ไปกับสัตว์บก เช่น หมู เป็ด ไก่ และวัว สิ่งขับถ่ายจากสัตว์เหล่านี้เป็นปุ๋ยที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของ แพลงค์ตอนพืช ปลาลิ่นจะโตมีนํ้าหนัก 1 กิโลกรัมในปีแรก 2-3 กิโลกรัมในปีที่ 2 แล,ะ 4-5 กิโลกรัมในปีที่ 3

ปลาซ่ง
ปลาซ่ง (Aristichthys nobilis)
ปลาซ่งเป็นปลาแม่นํ้า มีถิ่นกำเนิดในจีน เจริญเติบโตได้ดีเมื่อนำมาเลี้ยงในบ่อ แต่ไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ฤดูกาลวางไข่ในจีน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน แต่เดิมการเลี้ยงปลาซ่ง ได้อาศัยเก็บรวบรวมลูกปลาจากแม่นํ้า ปัจจุบันการเพาะขยายพันธุ์ โดยใช้วิธีฉีดฮอร์โมน
นิสัยการกินอาหาร อาหารหลักของปลาซ่งได้แก่แพลงค์ตอน ลูกปลากินแพลงค์ตอนสัตว์ เช่น โรติเฟอร์ และตัวอ่อนของโคปิพอด นิสัยการกินอาหารของปลาซ่ง คล้ายกับปลาลิ่น ปลาซ่งมีเหงือกสำหรับกรองกินอาหารที่มีอยู่ในนํ้าได้รวดเร็วและมีระบบทางเดินอาหารสั้นกว่าปลาลิ่น ฉะนั้น อาหารส่วนใหญ่จึงเป็นพวกแพลงค์ตอนสัตว์ แต่ใน ขณะเดียวกันก็กรองกินแพลงค์ตอนพืชไปด้วย
การเจริญเติบโต หลังจากฟักเป็นตัว มีขนาดความยาว 0.75 เซนติเมตร หนัก 0.002 กรัม จะโตมีขนาดความยาว 0.3 เซนติเมตร หนัก 0.09 กรัม ภายในเวลา 10 วันแรก ลูกปลาขนาดนิ้วมือจะเติบโตมีนํ้าหนักเพิ่มวันละ 6.3 กรัม และปลาใหญ่จะมีนํ้าหนักเพิ่มวันละ 14.7 กรัม ปลาซ่งจะเจริญเติบโตในทางยาวของลำตัวในปีที่ 2 และ จะเพิ่มทางนํ้าหนักตัวในปีที่ 3 หลังจากปีที่ 3 การเติบโตทั้งทางยาวและนํ้าหนักจะลดลง
การสืบพันธุ์ รูปแบบการสืบพันธุ์ของปลาซ่งเหมือนกับปลาลิ่น เว้นแต่อายุที่พร้อมจะสืบพันธุ์ของปลาซ่งนานกว่าปลาลิ่น จำนวนไข่ในท้องมีประมาณ 124 ฟอง ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกรัม ปลาอายุ 3 ปี หนัก 10 กิโลกรัม จะวางไข่ประมาณ 1.2 ล้านฟอง อัตราการผสมประมาณร้อยละ 60
ระบบการเลี้ยง ปลาซ่งมีระบบการเลี้ยงเหมือนกับปลาลิ่น แต่การเลี้ยงลูกปลา ขนาดยาว 3-6 เซนติเมตร ให้ได้ขนาดยาว 6-12 เซนติเมตร ต้องใช้เวลาเลี้ยง 30 วัน นอกจากนั้นอาหารปลาลิ่น ได้แก่แพลงค์ตอนพืช แต่อาหารของปลาซ่ง ได้แก่ แพลงค์ตอนสัตว์

ปลาสลิด
ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis)
ปลาสลิดเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในไทย เขมร และเวียดนาม อาศัยอยู่ตามแม่นํ้า และหนองบึง มีขนาดโตที่สุด มีความยาว 25 เซนติเมตร เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงในนํ้านิ่ง เจริญเติบโตได้รวดเร็ว เมื่อนำมาเลี้ยงในนาข้าว วางไข่แพร่พันธุ์ได้เองในบ่อหรือในนา คนไทยเรานิยมรับประทานปลาสลิดในรูปทำเค็มตากแห้ง ผลผลิตปลาสลิดค่อนข้างมาก ประมาณร้อยละ 42 – 48 ของผลผลิตปลานํ้าจืดทั้งหมดของประเทศ
นิสัยการกินอาหาร ลูกปลากินแพลงค์ตอนและชีวอินทรีย์ขนาดเล็ก ตัวโตเต็มวัยกินแพลงค์ตอนพืช แพลงค์ตอนสัตว์เช่นโรติเฟอร์ ไรนํ้า สาหร่ายสีเขียว และพืชชั้นสูงที่เน่าเปื่อย ลูกปลาขนาด 5-15 มิลลิเมตร กินสัตว์เซลล์เดียว และโรติเฟอร์ เมื่อโตมีขนาดความยาว 15 – 17 มิลลิเมตร กินแพลงค์ตอนพืชและสัตว์เซลล์เดียวเป็นส่วนใหญ่ การเลี้ยงปลาสลิดโดยทั่วไปไม่มีการให้อาหารสมทบ
การเจริญเติบโต การเจริญเติบโตของปลาสลิดที่เลี้ยงค่อนข้างจะแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของปลาและอาหารธรรมชาติที่เกิดอยู่ในบ่อ ในบ่อและในนาปลาจะโตมีความยาว 7-9 เซนติเมตร ภายใน 12 เดือน นํ้าหนักเมื่อโตเต็มที่ 130 – 140 กรัม อุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 25 – 35 องศาเซลเซียส ผลผลิตที่ได้จากการใส่ปุ๋ย 250 – 350 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์
การสืบพันธุ์ ปลาสลิดจะวางไข่ในฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน – ตุลาคม เป็นส่วนใหญ่ แต่อาจวางไข่ได้เกือบตลอดปี ยกเว้นเดือน ธันวาคม จากผลการทดลองให้อาหารสมทบ ปรากฎว่าปลาวางไข่ในเดือนธันวาคม ปลาตัวเมียตัวหนึ่งมีไข่ 20,000 – 36,000 ฟอง แต่แม่ปลาจะวางไข่ครั้งหนึ่งประมาณ 3,000 – 8,000 ฟอง ไข่มีรูปกลมมีเม็ดนํ้ามันมีสีเหลืองและลอยนํ้า ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 36 – 48 ชั่วโมง หลังจากได้รับการผสม ไข่จะฟักเป็นตัวช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของนํ้า ถุงอาหารจะยุบตัวภายใน 2- 7 วัน และลูกปลาเริ่มหากินอาหาร
ระบบการเลี้ยง การเลี้ยงปลาสลิดเริ่มมาจากการเลี้ยงในนาข้าว แต่พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกรด การปลูกข้าวได้ผลผลิตตํ่า ไม่คุ้มการลงทุนลงแรง ชาวนาจึงเปลี่ยนเป็นนาปลาสลิด
ที่มา:เมฆ  บุญพราหมณ์
ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

   

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

five − four =