พฤติกรรมในสัตว์เลี้ยง

ถาม: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัข หรือแมวต้องการบอกอะไร

ตอบ: โดยปกติแล้วไม่ว่าสุนัขหรือแมว จะมีการตอบโต้กับเจ้าของอยู่ ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งถ้าเราเลี้ยงเค้าไว้นานพอ ความผูกพันที่เกิดขึ้นก็จะทำให้เรา สามารถเข้าใจเค้าได้โดยง่าย ซึ่งความเข้าใจสัตว์เลี้ยงอาศัยการสังเกตจากท่าทาง การแสดงออกทางใบหน้าและแววตา ตลอดจนการใช้เสียงเป็นหลัก ซึ่งการแปล ผลต้องอาศัยทุกการแสดงออกมาประกอบกัน และความคุ้นเคยในการเลี้ยงสุนัข อาจทำให้เราแปลความหมายการแสดงออกของแมวผิดไปได้ เนื่องจากสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ มีรูปแบบการสื่อความหมายจากท่าทางที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การล้มลงนอนหงายในสุนัข มักแสดงออกถึงการยอมแพ้หรือยอมเป็นเบี้ยล่าง ในขณะที่ในแมวเป็นลักษณะของความสบายใจ หรือการชวนเล่น ซึ่งอาจมีการกลิ้งม้วนตัว ไปมาประกอบกันไปด้วย

ถาม: ทำไมแมวถึงชอบเลียตัว แล้วจะมีผลเสียต่อสุขภาพแมวหรือเปล่า

ตอบ: การแต่งตัวเป็นลักษณะปกติที่พบได้ในแมว โดยแมวมักจะใช้เวลาใน แต่ละวันประมาณ 8-15 % เพื่อการแต่งตัว ได้แก่ การเลียจมูก ริมฝีปาก อุ้งเท้า เลียตามลำตัว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่ติดตัวแมวมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้ขนสะอาดลดการจับตัวของขนเป็นก้อน หรือสังกะตัง เหมือนกับเราหวีผม เพราะที่ลิ้นแมวจะมีลักษณะสากคล้ายกับซี่ของหวี การแต่งตัวนี้จะทำให้ลดโอกาสการเป็นโรคผิวหนังลงได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลงในวันที่อากาศร้อนอีกด้วย แต่ข้อเสียของการแต่งตัวก็คือ การที่ลิ้นแมวมีลักษณะเป็นซี่ทำให้มีขนไปติดที่ลิ้น และแมวก็จะกลืนขนลงในคอโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจทำให้มี ปัญหาตามมาจากการที่ขนที่กลืนเข้าไปจะไปจับกันเป็นก้อน อาจทำให้มีการไอ อาเจียนออกมาเป็นก้อนขน หรือเกิดอาการท้องผูกตามมาได้ ลักษณะเช่นนี้จะพบ ได้มากในแมวพันธุ์ขนยาว มากกว่าพันธุ์ขนสั้น อาจลดปัญหาลงได้โดยการแปรง ขนให้แมวเป็นประจำโดยเฉพาะพันธุ์ขนยาว เช่น แมวเปอร์เซีย

นอกจากนั้น การที่แมวแต่งตัวยังเป็นดัชนีบ่งบอกถึงสุขภาพของแมวได้อีก ด้วย โดยแมวที่ขนหยาบยุ่ง จะช่วยบอกได้ว่าแมวตัวนั้น กำลังป่วย หรือสุขภาพ อ่อนแอ

ถาม: แมวที่เลี้ยงไว้ชอบแทะเสื้อผ้า บางทีก็มาแทะเลีย คล้ายกับการแต่งตัว (grooming) ให้เจ้าของ ถือว่าผิดปกติหรือเปล่า แล้วจะอันตรายหรือไม่

ตอบ: การกัดแทะเสื้อผ้ากับการแต่งตัว เช่น การเลียหรือแทะผม ขนคิ้ว เป็นลักษณะที่คล้าย และแตกต่างกันอยู่ในที กล่าวคือ ปกติแล้วแมวที่อยู่ร่วมกันจะมีการแต่งตัวให้กันและกัน ซึ่งบางครั้งแมวที่เลี้ยงไว้จะเกิดความผูกพันกับเจ้าของ จึงมีการแต่งตัว แทะผม/คิ้วให้เจ้าของเสมือนกับเป็นสัตว์กลุ่มเดียวกัน ในขณะที่ การกัดแทะวัตถุที่ไม่ใช่อาหารโดยเฉพาะเสื้อผ้า (ที่พบบ่อยคือเสื้อผ้าที่มีลักษณะ เป็นขนเหมือนขนสัตว์) กรณีนี้มักเกิดจากการขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก เช่น หย่านมเร็วเกินไป ทำให้แสวงหาความอบอุ่นจากวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับแม่แมว อาจ เทียบเคียงได้กับเด็กที่ชอบดูดนิ้ว กรณีนี้จะพบว่าเป็นปัญหาเมื่อวัตถุที่กินเข้าไป เป็นสิ่งที่ย่อยไม่ได้ อาจเกิดปัญหาว่าไปอุดตันในทางเดินอาหารได้เช่นกัน กรณีนี้ อาจต้องให้อาหาร ของเล่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแทน ในรายที่เป็นมากอาจต้องใช้ยาร่วมด้วย

ถาม: ทำอย่างไรให้แมวเลิกข่วนโซฟาเฟอร์นิเจอร์ได้บ้าง

ตอบ: นิสัยในการชอบข่วนวัตถุต่าง ๆ เป็นพฤติกรรมที่เรียกว่าเป็นปกติ สำหรับแมว แต่สามารถก่อปัญหากับเจ้าของได้เมื่อการข่วนนั้นเกิดกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ซึ่งการข่วนนี้เป็นการทำเครื่องหมายในแมวแบบหนึ่งเพื่อการสื่อสาร และเพื่อแสดงอาณาเขต (เช่นเดียวกับการยกขาถ่ายปัสสาวะในสุนัขตัวผู้) นอกจากนั้น การข่วนยังช่วยในการกำจัดเล็บที่ฉีกขาดออกไปด้วย ดังนั้นการจะทำให้แมวเลิกข่วนเฟอร์นิเจอร์ได้ เราก็ต้องมีอุปกรณ์มาทดแทนเฟอร์นิเจอร์นั้น ๆ ที่สะดวกก็คือ การซื้ออุปกรณ์สำหรับให้แมวข่วนโดยเฉพาะ โดยอุปกรณ์นั้น ๆ ควรอยู่ในแนวตั้ง และมีความมันคง (เมื่อแมวยืนข่วนต้องสูงพอ และมีฐานมั่นคงไม่ล้มโดยง่าย) นอกจากนั้นควรทำจากวัสดุที่ใกล้เคียงกับวัสดุที่แมวชอบข่วน และต้องสามารถทำให้เกิดรอยได้ มิฉะนั้นจะผิดวัตถุประสงค์ในการข่วนของแมว ในระยะแรกควรวางแท่นข่วนนี้ไว้ใกล้ ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ อาจมีของเล่นห้อยลงมาไว้ให้แมวตบเล่น เพื่อดึงดูดความสนใจ และควรมีแท่นข่วนมากกว่า 1 อัน ตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ด้วย เช่น ใกล้ที่นอน หรือกระบะทราย เป็นต้น และเพื่อให้แมวเลิกใช้เฟอร์นิเจอร์สำหรับลับเล็บอาจต้องมีการส่งเสริมให้แมวเลิกชอบเฟอร์นิเจอร์นั้นๆ ด้วย ได้แก่ การหาอะไรคลุมเพื่อให้แมวไม่ชอบ เช่น ทุ้มด้วยอลูมินั่มฟอยด์ ร่วมกับการปูอลูมินั่มฟอยด์ไว้ที่บริเวณพื้นรอบ ๆ เพราะแมวบางตัวจะไม่ชอบเสียงที่เกิดจากการเหยียบบนแผ่นฟอยด์ เป็นต้น นอกจากวิธีดังกล่าวแล้วเจ้าของบางคนนิยมนำแมวมาถอดเล็บ ซึ่งในปัจจุบันเป็นวิธีที่ไม่ควรกระทำเพราะจัดเป็นการทารุณสัตว์ แบบหนึ่ง โดยเฉพาะในแมวที่ออกไปนอกบ้านเป็นประจำเพราะขาดอาวุธในการป้องกันตัว และไม่สามารถปีนต้นไม้หลบภัยได้

ถาม: เพราะอะไรแมวที่เคยใช้กระบะทรายถึงเลิกใช้แล้วถ่ายไม่เป็นที่แล้วจะแก้ไขได้หรือไม่

ตอบ: ก่อนที่เราจะพยายามหาหนทาง หรือคิดหาสาเหตุว่าทำไมแมวถึงเลิก ใช้กระบะทราย เราต้องสามารถพิสูจน์ตรวจสอบให้ได้ว่าแมวตัวที่ก่อปัญหานั้น คือ แมวตัวไหน (กรณีมีแมวมากกว่า 1 ตัว) และแมวตัวดังกล่าวไม่ได้มีปัญหาของ สุขภาพเกิดขึ้น เช่น ไม่ได้เกิดจากท้องเสีย หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สำหรับ สาเหตุโดยทั่วไปที่ทำให้แมวเลิกใช้กระบะทรายได้แก่ ความสกปรกของกระบะ ทราย ตำแหน่งที่วางของกระบะ ซึ่งควรอยู่ในที่สงบ ไม่พลุกพล่าน หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนวัสดุรองพื้น เช่น กลิ่นที่เปลี่ยนไปหรือการเปลี่ยนยี่ห้อทรายแมว เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มีความเคยชินสูง ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นขนาดของกระบะก็มีผลเช่นกัน ต้องไม่เล็กหรือตื้นจนเกินไปเพราะแมวส่วนใหญ่จะชอบขุดกลบ ถ้าตื้นเกินไปทำให้มีทรายน้อยแมวจะไม่ชอบ

นอกจากเหตุผลดังกล่าว ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้แมวเลิกใช้กระบะทรายได้แก่ การมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในบ้าน ทำให้แมวขาดความมั่นใจ เช่น การย้ายที่ การมีแมว/สมาชิกใหม่ในบ้าน ทำให้แมวเกิดความกังวล ไม่สบายใจ จึงเริ่มใช้กลิ่นจากปัสสาวะ/อุจจาระในการแสดงอาณาเขตเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองหลังจากการที่เราทราบสาเหตุแล้วทำการแก้ไขที่สาเหตุ ร่วมกับการฝึกให้แมวหัด ให้ใช้กระบะทรายใหม่ร่วมกับการให้รางวัลเมื่อแมวทำถูกต้องก็จะช่วยได้มาก สำหรับการลงโทษมักไม่ช่วยให้พฤติกรรมนี้หายไป

ถาม: ทำไมสุนัขที่บ้านถึงชอบขุด แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ตอบ: สาเหตุที่สุนัขชอบขุด ก็เพื่อลดความร้อนในวันที่อากาศร้อน การนอนคลุกไปบนดินจะช่วยระบายความร้อนได้บ้าง เพราะสุนัขไม่มีต่อมเหงื่อ สุนัขบางตัวก็ขุดเพราะได้กลิ่นที่น่าสนใจ เช่น อาหาร สัตว์ตัวเล็ก ๆ กรณีนี้พบได้สูงในสายพันธุ์ที่เป็นพวกนักขุด นักล่า เช่น ดัชชุน นอกจากนั้นบางตัวก็ขุดเพราะคิดว่าสามารถจะใช้เป็นช่องทางหนีออกจากบ้านได้ (ถ้าขุดไปใต้รั้ว) หรือบางตัวขุดเพราะเบื่อ ไม่มีอะไรทำ เหงา กลัว

ในการลดปัญหาการขุดนั้น ถ้าเป็นปัญหาที่เกิดจากอากาศร้อนอบอ้าว อาจจะหาทางช่วยลดความร้อน เช่น บ่อน้ำเล็ก ๆ หลุมทรายเล็ก ๆ ใต้ร่มไม้ หรือมีที่สำหรับหลบร้อน ถ้าเกิดจากความเบื่อ อาจจะต้องหาวิธีแก้ไขที่สามารถเบี่ยงเบน ความสนใจออกจากการขุดได้ เช่น การมีของเล่นร่วมกับการทำให้บริเวณนั้น กลายเป็นที่ที่ไม่สนุกสำหรับสุนัข เช่น การหาวัสดุมาคลุมไว้ทำให้ขุดไม่ได้ หรือ การฝังตาข่าย กรวด/หินไว้ด้านล่าง เพราะขุดแล้วจะทำให้เล็บติดหมดสนุกไปได้ เป็นต้น

ถาม: ทำอย่างไรให้สุนัขฅัวผู้เลิกถ่ายปัสสาวะรดเสาประตู ล้อรถ

ตอบ: การยกขาถ่ายปัสสาวะ เป็นลักษณะที่พบเฉพาะในสุนัขเพศผู้ เพื่อ ประโยชน์ในการแสดงอาณาเขต จัดว่าเป็นพฤติกรรมที่ปกติในสุนัข แต่เรามักพบว่าเป็นปัญหาเมื่อเกิดกับวัสดุสิ่งของที่เราไม่ต้องการให้เปื้อน วิธีการแก้ไขที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การตอนเพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศผู้ลงจะสามารถลดปัญหาลงได้ประมาณ 60% แต่พฤติกรรมดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดลง ไม่ได้หายทันทีภายหลังจากการตอน และพบว่าในสุนัขบางตัวจะไม่สามารถแก้ไขได้แม้ว่าจะทำการตอนไปแล้วก็ตาม กรณีนี้เป็นลักษณะที่เกิดจากการกระทำมานานจนติดเป็นนิสัย โดยมากแล้วสุนัขมักปัสสาวะรดที่ที่เคยมีสุนัขตัวอื่นมาปัสสาวะรดไว้เพี่อแสดงอาณาเขต เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง กรณีหลังนี้จะสามารถลดพฤติกรรมดังกล่าวลงได้ ถ้าสามารถขจัดกลิ่นที่ติดอยู่ออกได้การพยายามใช้กลิ่นอื่น ๆ พ่นทับเพื่อกลบกลิ่นมักไม่ได้ผล

ถาม: เมื่อไรสุนัขจะเลิกแทะทำลายข้าวของในบ้านทำอย่างไรให้เลิก

ตอบ: การกัดแทะสิ่งของเครื่องใช้เป็นเรื่องปกติ ในวัยเจริญเติบโตของสุนัข เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น และการจะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ได้เกิดจากการเอาของใส่ปาก และลองชิมดู (เช่น เดียวกับเด็กเล็ก ๆ) พบได้บ่อยในช่วงฟันกำลังขึ้นที่เรียกกันว่า คันเขี้ยว โดยมากพฤติกรรมเหล่านี้จะลดลงเมื่อลูกสุนัขโตขึ้น สามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับรองเท้าคู่สวยได้ โดยหาของเล่นให้แทะแทน ในทางกลับกันสุนัขบางตัวมีพฤติกรรมนี้สืบเนื่องจนโตหรือเริ่มเป็นเมื่ออายุมากขึ้น และไม่จำกัดอยู่ที่ของเล่นแต่รวมไปถึงเครื่องใช้ของเจ้าของ กรณีนี้นับว่าเป็นอาการทางจิตใจประเภทหนึ่งที่เกิดจากความเบื่อ ความเหงา คดถึงเจ้าของไม่อยากอยู่คนเดียว การมีของเล่นที่ทำให้สุนัขไม่เบื่ออาจจะช่วยได้ เช่น ในปัจจุบันจะมีของเล่นที่มีลักษณะคล้ายลูกบอล ลูกเต๋าที่มีรูให้ใส่ขนม อาหารเม็ดเล็ก ๆ ไว้ภายในและเมื่อลูกบอล/ลูกเต๋ากลิ้งไปมาก็จะมีอาหารตกออกมาสามารถเบี่ยงเบนความสนใจได้บ้างอย่างไรก็ดีในบางครั้งอาจต้องทำการรักษาทางยาร่วมด้วยขึ้นกับแต่ละกรณี

ถาม: สุนัขที่ดุ ก้าวร้าว เกิดจากอะไร แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ตอบ:ความดุก้าวร้าวของสุนัขโดยทั่วไปจัดว่าเป็นลักษณะเฉพาะของสุนัข ที่ถือว่าปกติ และเป็นเหตุผลหลักที่เราเอาสุนัขมาเลี้ยง คือ เพื่อเฝ้าบ้าน แต่ความดุ ก้าวร้าวของสุนัขนี้จัดว่าเป็นปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้วเจ้าของไม่สามารถควบคุมได้ หรือเมื่อเป็นอันตรายต่อคน สุนัข สัตว์อื่นๆ (เช่น แมว นก) การที่เราจะสามารถ แก้ปัญหานี้ได้ต้องเริ่มจากสาเหตุของความดุ ว่าเกิดจากอะไร ต้องสังเกตว่ามี เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่ทำให้สุนัขแสดงความก้าวร้าว เกิดบ่อยหรือไม่ มีช่วงเวลา บุคคลที่ทำให้สุนัขแสดงความก้าวร้าวหรือไม่ ทั้งนี้เวลาที่เราพูดถึงความก้าวร้าวที่ แสดงออกจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกัด แต่รวมตั้งแต่การขู่ คำราม แหนบ กัด และ กระโจนเข้าใส่ ซึ่งสาเหตุนั้นมีอยู่หลายประการบางครั้งเป็นปัญหาทางสุขภาพ เช่น การเจ็บปวดที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้วเราไม่รู้ไปสัมผัสถูกบริเวณนั้นก็อาจทำให้แสดงความหงุดหงิดออกมาได้ หรือบางครั้งพบในสุนัขแม่ลูกอ่อนที่กำลังหวงลูก ซึ่งกรณีเหล่านี้จะลดลงไปได้เอง เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือเมื่อลูกหย่านมไปแล้ว

กรณีอื่น ๆ จะมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ เช่น สายพันธุ์ การเลี้ยงดู เพศ อายุ บางพันธุ์มีแนวโน้มที่จะดุมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ โดยเฉพาะร็อตไว-เลอร์ ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจะมีแนวโน้มที่จะดุมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ หรือเพศ/ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงฤดูผสมพันธุ์ สุนัขเพศผู้มักแสดงอาการหวงตัวเมีย และดุมากขึ้นมักลดลงได้เมื่อผ่านช่วงนี้ไป หรือภายหลังจากการตอน พบว่าในสุนัขเพศผู้การตอนจะสามารถลดความก้าวร้าวลงได้บ้าง และปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญมาก คือ การได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง ได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ขาดการเข้าสังคมที่ถูกต้อง เช่น สุนัขที่เคยถูกขัง ตี หรือทำทารุณมาก่อนจะมีความฝังใจกับการกระทำที่เกิดขึ้น มีความไว้วางใจตํ่า และแสดงออกด้วยการแสดงความก้าวร้าว เพื่อป้องกันตัวเอง กรณีนี้ต้องการการปรึกษาวินิจฉัย ตลอดจนการรักษาดูแลที่ถูกต้องต่อไป

จะเห็นได้ว่าการดูแลเลี้ยงดูสุนัข หรือแมว เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อาศัย ความเข้าใจ ความรัก และความอดทน ปัญหาต่าง ๆ ล้วนแต่มีสาเหตุ และสามารถ แก้ไขได้ แต่อาจต้องใช้เวลาและความอดทน เนื่องจากสัตว์ก็มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน และสามารถมีปัญหาทางจิตได้ไม่ต่างจากในคน ดังนั้นในกรณีที่สัตว์เลี้ยงมีปัญหา จึงต้องอาศัยการสังเกต และอาจต้องปรึกษากับสัตวแพทย์ เพื่อการวินิจฉัย และ รักษาต่อไป ทั้งนี้ความเข้าใจ ความรัก และความร่วมมือจากเจ้าของนับว่าเป็น ปัจจัยที่สำคัญ

ที่มา:สฤณี กลันทกานนท์ ทองทรง

   

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

19 − 15 =