การฝึกทักษะพิเศษให้กับสุนัข

ฝึกทักษะพิเศษกับสุนัข

เมื่อสุนัขของคุณผ่านหลักสูตรการฝึกพื้นฐานในการเชื่อฟังคำสั่งมาแล้ว มันก็สามารถจะรับการฝึกขั้นสูงต่อไป ชมรมผู้เลี้ยงสุนัขหลายชมรมโดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุนัขใช้งานจะจัดการฝึกสุนัข เป็นกลุ่มเป็นประจำและมีการทดสอบสุนัขที่เข้าทดสอบจะได้รับการจัดอันดับ และเจ้าของจะได้รับใบประกาศนียบัตร หรือถ้วยรางวัล

การฝึกขั้นสูงนี้จะเหมาะสำหรับสุนัขหลายชนิดที่ไม่ใช่เป็นสุนัขใช้งานด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการจะได้สุนัขเฝ้าบ้านที่เชื่อใจได้ เกมการฝึกเป็นประจำไม่เพียงจะช่วยปลดเปลื้องพลังส่วนเกินที่มักจะออกไปในทางก้าวร้าวและช่วยฝึกประสาทให้เฉียบคมขึ้นเท่านั้น แต่จะทำให้มันสมบูรณ์แข็งแรงดีตลอดเวลา

สุนัขใช้งานพันธุ์ที่ยอมรับกันเป็นทางการสามารถจะนำมาฝึกเป็นสุนัขเฝ้ายามหรือล่าสัตว์ ที่มีทักษะพิเศษได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์และข้อกำหนดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถฝึกเป็นสุนัขกู้ภัย, สุนัขตำรวจ, สุนัขศุลการักษ์, สุนัขสำหรับช่วยเหลือคนตาบอดได้

การฝึกสุนัขตำรวจปกติจะจัดเป็นขั้นๆ (classes) ขึ้นอยู่กับอายุ (อย่างน้อย 14, 16 หรือ 18 เดือน) แต่ละขั้นจะมีการทดสอบ การฝึกจะแบ่งย่อยออกเป็นการตามรอย, วินัย และการป้องกันตัว นอกจากการฝึก “ต่อสู้” (combat) ซึ่งจะมีคนสวมปลอกแขนทำทีเป็น “ผู้รุกราน” แล้วก็จะมีการฝึกการเชื่อฟังคำสั่งพื้นฐาน, การกระโดดข้ามรั้ว, การแกะรอย, การเก็บของกลับมา, การทำให้เหยื่อล้มลงและทักษะอื่น ๆ อีกมากมาย และผู้ฝึกสอนจะทำการทดสอบสุนัขแต่ละตัวด้วย

ความดุดันก้าวร้าวที่สุนัขต่อสู้หรือสุนัขตำรวจจำเป็นต้องมีนั้นเป็นเงื่อนไขสำคัญในการฝึก การรับผิด่ชอบ ซึ่งจะทำให้สุนัขเชื่อฟังนายอย่างเต็มที่และเชื่อถือได้

ขอสนับสนุนให้เจ้าของสุนัขทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสุนัขที่ประพฤติตัวเรียบร้อย เมื่ออยู่ในท้องถนนหรือผู้ที่สนใจจะใช้สุนัขไปในการกีฬาให้เข้าร่วมชมรมผู้เลี้ยงสุนัขสักแห่ง การเข้าร่วมชมรมจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้พบปะกับสมาชิกอื่น ๆ ด้วย

การเชื่อฟังคำสั่งของลูกสุนัข

ลูกหมาน่ารัก

การเชื่อฟังคำสั่ง “มานี่”

หลังจากสุนัขเรียนรู้การเดินโดยผูกสายจูงแล้ว งานขั้นต่อไปของมัน คือ ฝึกรับคำสั่ง “มานี่” อันที่จริงแล้ว คุณคงอยากจะปล่อยให้มันวิ่งตามสบายบ้างเป็นบางครั้งบางคราว (แต่ต้องในที่ที่เหมาะสม) แต่ควรจะเสี่ยงได้ต่อเมื่อมันได้เรียนรู้ที่จะกลับมาหาคุณทันทีที่คุณเรียกหรือผิวปากแล้วเท่านั้น การเรียนรู้นี้ไม่ใช่จะสอนกันได้ภายในชั่วค่ำชั่วคืน และคุณคงต้องฝึกตัวของคุณให้อดทนมาก ๆ เข้าไว้และเตรียมของให้เป็นรางวัลด้วย เมื่อสุนัขของคุณทำตามที่คาดหวังไว้ได้เป็นครั้งแรก คุณจะต้องชมมันให้มาก ๆ และเสริมนิสัยที่ดีด้วยการให้โบนัสพิเศษ (แต่ต้องระวังอย่าให้แคลอรี่มากเกินไปกว่าที่ควรรับต่อวัน) สุนัขของคุณจะจดจำวาระเหล่านี้และเฝ้ารอการฝึกหัดครั้งต่อไป เมื่อฝึกฝนจนช่ำชองแล้วจึงลดของรางวัลที่เป็นวัตถุให้น้อยลงและค่อย ๆ เลิกให้ไปในที่สุด เพียงได้ยินคำกล่าวชมด้วยความรักมันก็จะพอใจแล้ว

ถ้าสุนัขของคุณออกจากบ้านไปเองและกลับมาด้วยอาการเหน็ดเหนื่อย แต่อิ่มเอมด้วยความสุขละก็ คุณจะต้องใจเย็น ๆ ไว้ ถ้าคุณดุหรือทำโทษมันในขณะนั้น เจ้าสุนัขผู้ไม่สำนึกบาปจะตื่นเตลิดไป โลกทั้งโลกของมันจะสลดหดหู่โดยมันจะให้เหตุผลเหมือนดังต่อไปนี้

ถ้าฉันกลับบ้านพวกเขาก็จะดุด่าทำโทษ ฉะนั้นฉันไปไกล ๆ เสียดีกว่า มันจะเกิดความกลัวซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่คุณต้องการ ความกลัวนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย สุนัขจะสามารถเข้าใจการถูกทำโทษได้ต่อเมื่อลงโทษขณะที่มันกำลังประพฤติตัวไม่ดี หรือหลังจากที่ทำผิด การกลับมานั้นไม่ใช่ความผิด และเรื่องนั้นตัวมันเองก็ลืมไปนานแล้วว่ามัน “โดดร่ม” ไป ดังนั้น คุณจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชมมันที่มันกลับบ้าน นี่แหละคือวิธีที่คุณจะสามารถเป็นนายที่คงเส้นคงวา และคุณก็จะต้องยึดถึอปฏิบัติให้ตลอด

บางครั้งคุณจะสังเกตเห็นเจ้าของสุนัขคนหนึ่งวิ่งไล่ตามสุนัขของตน ปากก็ร้องและผิวเรียกการกระทำนี้เป็นสิ่งที่ผิด จงอย่าได้ทำอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อเจ้าวายร้ายเห็นและได้ยินว่าคุณกำลังจะวิ่งนำมัน มันก็จะยิ่งถูกกระตุ้นให้วิ่งโลดต่อไป แต่ถ้าคุณหยุด หรือเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามมันจะรู้สึกแปลกใจ และหยุดวิ่งด้วยเช่นกัน และในที่สุดก็จะตรงกลับมาหาคุณ และถ้าคุณยกย่องชมเชยหรือให้รางวัลมันก็คงจะไม่เล่นเอาเถิดเอาล่อกับคุณอีกในโอกาสต่อไป

บทเรียนนี้สามารถสอนแก่เจ้าค็อกเกอร์สเปเนียลได้อย่างง่ายดาย ขณะที่มันยังเป็นลูกสุนัขอยู่ เล่นซ่อนหากับมันและไปยืนอยู่หลังประตูหรือในมุมบ้านมุมหนึ่งเพื่อบอกว่า “มานี่” เจ้าเพื่อนขี้เล่นตัวน้อย ๆ ก็จะลิงโลดตรงมาหาทันที มันจะเฝ้าคอยคำนี้ตลอดเวลา แม้ว่ามันจะรู้ที่หลบซ่อนของคุณเป็นอย่างดี มันจะได้ “รับรางวัล” ซึ่งควรคู่กับความสามารถของมัน อาจจะเป็นขนมปังกรอบของลูกสุนัข แต่ส่วนใหญ่แล้วมันชอบคำชมเชยที่ป้อนโปรยให้กับมัน มั่นใจว่ามันไม่เคยรู้สึกเลยว่าการฝึกเหล่านี้เป็นเพียง “เรื่องน่าเบื่อ” และไม่เคยลืมสิ่งที่เรียนไปแล้ว

คำสั่ง “นั่ง!”

ในการสอนให้รู้จัก “นั่ง” นี้คุณต้องใช้สายจูงสั้น ๆ เพื่อที่สุนัขจะได้ชูคอขึ้น ขณะที่คุณออกคำสั่งนี้ให้ใช้มือที่เหลืออยู่กดสะโพกของมันลง เพื่อให้มันจำต้องนั่งลง

คำสั่ง “หมอบลง!”

ให้ปฏิบัติเซ่นเดิมกับการสั่งให้นั่ง โดยการกดคอและบั้นท้ายจนมันหมอบลง ถ้าเป็นสุนัขตัวใหญ่ ควรดึงขาหน้าให้ยื่นออกมาข้างหน้าขณะเดียวกันก็กดสะโพกของมันลงไป ถ้ามันต้องการยืนขึ้นทันที ควรสั่งซํ้าอีกครั้ง และพยายามอย่าให้ยืนขึ้น โดยกดหลังของมันไว้

ควรปฏิบัติซํ้า ๆ กันวันละ 2-3 ครั้ง และจงอย่าตระหนี่ถี่เหนียวกับการชมเชยและของรางวัล อย่าฝึกจนมากเกินไป เพราะสุนัขของคุณอาจจะหมดความกระตือรือร้นในการเรียน

เมื่อสุนัขเรียนรู้ความหมายของคำว่า “หมอบลง” และอยู่กับที่จนกว่าคุณจะเรียกให้มาหา แล้วคุณควรจะถอยห่างออกไปอีกสักนิด และวันต่อ ๆ ไปก็ค่อย ๆ ให้ห่างออกไปเรื่อย ๆ ถ้ามันยังหมอบอยู่แม้ว่าคุณจะลับตาไปแล้ว ทั้งคุณและสุนัขของคุณก็ควรจะได้รับการแสดงความยินดีในความสำเร็จ สำหรับคุณคือความสามารถในการสอน สำหรับสุนัขคือการเชื่อฟังคำสั่ง จงอย่าลืมว่าทุกขั้นตอนจะต้องไม่ขาดของรางวัล

คำสั่ง “อยู่ที่นี่”

เมื่อคุณจำเป็นต้องใช้สายจูงสุนัขเพราะต้องการข้ามถนนหรือมีอันตรายบางอย่าง คำสั่งว่า “อยู่ที่นี่” จะเป็นคำสั่งที่มีประโยชน์อย่างมากทีเดียว การสอนนั้นจะเริ่มจากการจูงสุนัขด้วยสายจูงขนาดปกติ ดูให้แน่ว่าสุนัขของคุณเดินตามคุณมาติด ๆ จากนั้นให้พูดว่า “อยู่ที่นี่” ด้วยนํ้าเสียงเน้นหนัก และดึงสายจูงสุนัขจนสุนัขของคุณหยุดเดินทันที เพื่อเป็นการบังคับไม่ให้มันนั่งลง คุณจะต้องสอดมือรองที่ใต้ท้องของมัน (ใกล้ขาหลัง) ซึ่งจะทำให้ยืนอยู่ในท่านั้นตลอดเวลา สุนัขของคุณจะเรียนบทเรียนนี้ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณมีความอดทนและชมเชยด้วยคำพูดและของรางวัลเพื่อแสดงความชื่นชอบของคุณที่มีต่อมัน

คำสั่ง “อย่า!” และ “ปล่อย!”

คำสั่งเหล่านี้จะใช้ทุกครั้งที่ต้องการให้สุนัขหยุดทำในสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือต้องการให้ปล่อยของบางสิ่งบางอย่างไป ลูกสุนัขจะต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับตั้งแต่ต้นว่าเมื่อได้รับคำสั่งให้ “ปล่อย” มันจะต้องยอมให้คุณเอาอะไรก็ได้ที่มันกำลังเล่นอยู่ครั้งแรก ๆ มันจะคำรามและพยายามปกป้อง “สมบัติ” ของมัน นี่เป็นวิธีที่มันประพฤติปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมคอกซึ่งมันจะต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะได้ ไม่ถูกตัวอื่น ๆ ถีบส่งไปด้านหลัง หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งคือเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ แต่คุณจะต้องไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินต่อไป เพราะมิฉะนั้นคุณจะต้องเสียใจภายหลังเมื่อมันจะคาบเอาเศษกระดูกแตก ๆ มาแล้วคุณจะต้องแย่งจากมันมาเพราะกลัวมันจะเป็นอันตราย ถ้าสุนัขที่โตไม่ยอมปล่อยของหวงของมันและพยายามขบของปกป้องไว้แน่น และบางทีก็ขู่คำราม คุณจะทำอย่างไร? ตัวอย่างนี้จะทำให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าเพราะเหตุใดจึงควรสอนสุนัขของคุณเสียตั้งแต่ยังเล็ก คุณจะต้องทำให้มันเชื่อว่าคุณเป็นฝ่ายที่แข็งแรงกว่า และมันจะต้องให้ของทุกอย่างที่คุณขอ โดยไม่มีการประท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น

ในครั้งแรกควรลองกับของเล่นที่ลูกสุนัขของคุณโปรดปรานดูก่อน โดยให้สุนัขเล่นกับของเล่นแล้วค่อย ๆ ดึงของเล่นนั้นพร้อมกับสั่งห้วน ๆ ว่า “ปล่อย” ขณะที่มันค่อย ๆ ปล่อยของออกจากปาก จากนั้นกล่าวชมเชยทันทีที่มันให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หรือให้ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นรางวัล แล้วจึงคืนของเล่นให้ต่อไปก็ลองกับของอื่น ๆ ในที่สุดจึงเป็นถ้วยอาหารของมัน

สุนัขของคุณจะเรียนรู้ที่จะยอมรับ “เกม” นี้ หรืออย่างน้อยก็จะไม่เห็นว่าการปล่อยสิ่งต่าง ๆ ที่คาบอยู่ตามคำสั่งนี้เป็นสิ่งผิดปกติ ข้อสำคัญคือ จงอย่าใช้กำลังในขณะฝึก สำหรับสุนัขนั้น การยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่แข็งแรงกว่าไม่ใช่การเสียสละแต่เป็นเพียงปฏิกิริยาตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง เพราะมันยอมรับคุณในฐานะ “หัวหน้า”

คำสั่ง “ตามมา!”

สุนัขทุกตัวจะต้องเรียนรู้การเดินตามเจ้าของขณะที่ใช้สายจูง สำหรับพันธุ์ใหญ่ ๆ และพันธุ์ที่ใช้งานหรือการกีฬาแล้วการตามโดยไม่ใช้สายจูงเป็นเรื่องที่สำคัญ สุนัขทุกตัวควรใส่สายจูงไว้ขณะอยู่ในถนนตามเมืองใหญ่ ๆ และใกล้สถานที่ล่าสัตว์ และแม้แต่ในบริเวณที่มีอันตรายน้อยกว่าซึ่งสุนัขมักจะวิ่งตามสบายได้ก็อาจจะเกิดเหตุอันไม่คาดฝันได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ การเรียนรู้ที่จะตาม เมื่อได้รับคำสั่งจะเป็นสิ่งสำคัญเป็นพิเศษทีเดียว

คุณควรฝึกโดยจูงสุนัขด้วยสายจูงสั้น ๆ ที่ที่ดีที่สุดสำหรับการนี้คือทางเดินข้างกำแพง ที่มีคนไม่พลุกพล่านหรือทางเดินข้างรั้วที่ปลูกต้นไม้เตี้ย ๆ ให้ “นักเรียน” ของคุณเดินทางด้านซ้ายมือของคุณโดยผ่อนสายจูงให้หย่อนไว้ มันจะไม่มีโอกาสเหออกไปได้เลย จากนั้นคุณจึงสั่งให้ “ตาม มา” และกระตุกสายจูงเร็ว ๆ แรง ๆ ทุกครั้งที่พูดเพื่อส่งสัญญาณให้มันรู้ ช่วงที่จะเหมาะที่สุดคือ ช่วงที่ศีรษะของมันอยู่ข้าง ๆ หัวเข่าซ้ายของคุณ ในระยะนี้ควรดึงไว้ไม่ให้มันพุ่งโถมไปข้างหน้า กิ่งไม้เรียว ๆ ยาว ๆ ที่คุณนำมาโบกที่ปลายจมูกของมันจะทำให้มันไม่กล้าสะบัดตัวออกไป ควรจำไว้ว่ากิ่งไม้นี้ใช้โบกเท่านั้น อย่าใช้ตีอย่างเด็ดขาด ในกรณีที่มีสุนัขตัวใหญ่มาก แข็งแรง และควบคุมลำบาก คุณอาจจำเป็นต้องใช้สายหนังหรือโซ่ชนิดกลมก็ได้ สายบังคับนี้จะสอดลอดห่วงเพื่อรูดเข้าได้อย่างสบาย ความสำเร็จในการฝึกแบบนี้อยู่ที่สุนัขของคุณจะต้องรู้สึกถึงแรงกระตุกได้อย่างชัดเจน

เพื่อเป็นการกันไม่ให้สุนัขดึงสายลากจูงในหนต่อ ๆ ไป คุณควรเริ่มจากการฝึกช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ถ้ามันเริ่มดึงละก็ จงสั่งให้ “นั่ง,, ซึ่งมันเคยเรียนแล้วและเริ่มฝึกการเดินตามทั้งหมดอีกครั้ง บทเรียนนี้ควรฝึกเป็นประจำทุกวันสักพักหนึ่ง โดยฝึกเป็นระยะสั้น ๆ วันละ 2-3 ครั้ง เพราะจะได้ผลดีกว่าการฝึกนาน ๆ การฝึกครั้งละนาน ๆ จะทำให้สุนัขหมดความอดทนและจะทำให้ความสนุกหมดไป เมื่อสุนัขของคุณเดินตามโดยใช้สายจูงสั้น ๆ ได้ คุณก็สามารถฝึกมันต่อโดยใช้สายจูงที่ยาวขึ้นอีก และในที่สุดก็ไม่ต้องพึ่งสายจูงอีก

การวิ่งไปคาบเก็บของกลับมา

สุนัขเกือบทุกตัวชอบการวิ่งไปคาบของกลับมาตามคำสั่ง จริงอยู่ สุนัขล่าสัตว์ที่มีทักษะพิเศษในด้านนี้นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ความสามารถนี้มีอยู่ในตัวสุนัขทุกตัวตามธรรมชาติ

การฝึกเกมนี้ ให้เริ่มจากการกลิ้งหรือโยนลูกบอลยางตัน ๆ ไปให้ไกลสัก 2-3 หลา ถ้าสุนัขของคุณกำลังจ้องมองอยู่มันก็จะวิ่งตามลูกบอลไปทันทีและกระโจนเข้าหาราวกับเป็นเหยื่อของมัน จากนั้นมันจะคาบไว้อย่างภาคภูมิใจสักพักหนึ่งและอาจจะไม่ยอมคืนให้ ถ้าครั้งแรกมันไม่ฟังคำสั่งให้ “ปล่อย” เนื่องจากความตื่นเต้น ควรรอสักครู่และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง การฝึกนี้จะต้องดูเป็นเกมการเล่นมากกว่าจะเป็นเรื่องจริงจังเพราะมันจะเริ่มจับภาพได้ว่าเป็นการฝึกอะไร เริ่มแรกคุณควรให้มันเห็นว่าลูกบอลกระดอนไปที่ใด เมื่อมันคาบลูกบอลไว้แน่น ให้เดินห่างออกไป 2-3 หลาแล้วเรียกมันหลาย ๆ ครั้งว่า “เอามาที่นี่!” จากนั้นให้นั่งยอง ๆ ใช้มือตบพื้นพร้อมกับกล่าวชมเชยมันก่อนที่จะสั่งให้ “ปล่อย!” ถ้ามันปล่อยให้ลูกบอลตกลงหรือค่อย ๆ วางลงละก็ ชมมันอีกครั้งหนึ่ง

สุนัขบางตัวจะเรียนรู้ทันว่าเราจะฝึกอะไรให้กับมัน ขณะที่ตัวอื่น ๆ จะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่ทุกตัวจะรู้สึกว่าการฝึกคาบของเป็นเรื่องสนุก ยกเว้นพวกขี้เกียจหลังยาวไม่กี่ตัวซึ่งมีอยู่เหมือนกัน ในสัตว์ประเภทนี้

การฝึกสุนัขวิ่งไปด้วยขณะขี่จักรยาน

ฝึกสุนัขวิ่ง

สุนัขขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถฝึกให้วิ่งคู่ไปกับจักรยานได้ ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้สายจูง แต่มันจะต้องเข้าใจและเชื่อฟังคำสั่งง่าย ๆ ได้ โดยเฉพาะคำสั่งให้ตามมา แต่ในเรื่องนี้มีปัจจัยที่ซับซ้อนอยู่บ้างเล็กน้อย กล่าวคือ สุนัขที่ถูกสอนให้เดินตามนั้นมักจะเดินด้านซ้ายของเจ้าของ ขณะที่การวิ่งตามจักรยานไปกับคุณนั้นการวิ่งด้านขวาจะปลอดภัยกว่า ในถนนนั้นสุนัขที่วิ่งทางด้านซ้ายของจักรยานไม่เพียงแต่ตัวมันจะประสบกับอันตรายเท่านั้น แต่จะทำให้รถอื่นต้องพบกับอุบัติภัยเข้าด้วย ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรนำสุนัขไปฝึกหนัก ๆ แบบนี้บนถนนที่มียวดยานสัญจรเป็นจำนวนมาก (กรณีดังกล่าวนี้สำหรับประเทศที่มีกฎจราจรรถวิ่งชิดขวา แต่สำหรับเมืองไทยรถวิ่งชิดเลนซ้ายอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหาในเรื่องนี้แต่ประการใด)

ครั้งแรกควรจะพามันไปด้วยในที่ที่ไม่มีรถ มันจะชอบ “เกม” ชนิดนี้และอาจจะกระโจนเข้ามาหาคุณขณะที่ขี่จักรยานอยู่ด้วยความกระตือรือร้น จงป้องปรามด้วยการสั่งดัง ๆ ว่า “อย่า!” ถ้า หากว่าไม่ได้ผล คุณอาจจะต้องหาใครสักคนมาวิ่งดึงความสนใจของมันโดยวิ่งนำจักรยานไปสองสามก้าวทางด้านซ้ายของสุนัขของคุณ วิธีนี้จะทำให้สุนัขของคุณเรียนรู้การวิ่งตามจักรยานได้อย่างถูกต้อง

เมื่อคุณและสุนัขปรับตัวเข้ากับการไปด้วยกันด้วยความเร็วปานกลางได้แล้ว คุณอาจจะลองขี่ให้เร็วขึ้นเพื่อให้สุนัขของคุณได้ออกแรงวิ่งเพิ่มขึ้นโดยปล่อยให้สายจูงหย่อนไว้ แต่อย่าขี่ให้เร็วหรือนานจนเกินไป และควรระวังอย่าให้สุนัขเหนื่อยมากจนต้องถูกลากให้วิ่งตามไปอย่างเด็ดขาด การวิ่งครั้งละ 5-10 นาที และเดินตามสบายประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก็เกินพอแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและพันธุ์ของสุนัขนั้น ๆ สำหรับสุนัขที่แข็งแรงมาก ๆ และสุนัขประเภทวิปเพ็ท (ประเภทเกรย์ฮาวน์ที่มีความว่องไวและวิ่งเร็ว) อาจจะต้องการการออกกำลังมากกว่านี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณจะต้องรู้จักสุนัขของคุณดีพอที่จะบอกได้ว่ามันจะเริ่มเหนื่อยลงไปเมื่อใด ถ้ามันเจ็บป่วยหรือรู้สึกซึมผิดปกติ ไม่มีเรี่ยวแรง (สัตว์เลี้ยงนั้นก็ต้องมีวันหยุวันป่วยเช่นเดียวกับคนเหมือนกัน) คุณควรจะงดการออกเที่ยวนั้นเสีย

สุนัขที่ได้รับการฝึกสอนถึงขั้นสูงหรือมีลักษณะเชื่อฟังมากกว่าตัวอื่น ๆ จะปฎิบัติตัวได้ถูกต้องขณะที่ไปกับเจ้าของขณะที่เจ้าของขี่จักรยานหรือขี่ม้าโดยไม่ต้องใช้สายจูง แต่หากว่าอยู่ในเขตเมืองใหญ่และแม้ว่าเป็นที่ที่มียวดยานสัญจรไม่หนาแน่น ควรใช้สายจูงเสมอ

วิธีใช้ปลอกคอและสายจูงสุนัขอย่างถูกต้อง

สายจูงสุนัข

การจูงสุนัข

ปลอกคอและสายจูงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความปลอดภัยของสุนัขโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่ลูกสุนัขที่ยังไม่รู้ภาษีภาษาจะมองอุปกรณ์เหล่านี้ว่าเป็นเครื่องพันธนาการที่จะเหนี่ยวรั้งเสรีภาพ ในการเคลื่อนไหวของมัน นอกจากนั้นแรงดึงที่คอของมันจะทำให้มันตกใจและโต้ตอบโดยการขืนไว้

ขอแนะนำวิธีป้องกันปฏิกิริยาลบเหล่านี้ด้วยการปล่อยให้ลูกสุนัขเคยชินกับปลอกคอและสายจูง โดยให้มันเล่นกับสิ่งเหล่านี้ภายในบ้าน จากนั้นก็ใส่ปลอกคอและจูงเดินสักพักโดยผ่อนสายจูงให้หย่อนไว้ แต่ทั้งนี้ลูกสุนัขควรจะได้มีโอกาสได้ดมกลิ่นอุปกรณ์เหล่านี้ตามใจชอบเสียก่อน ถ้าคุณปฏิบัติเช่นนี้ในลักษณะเล่น ๆ และทำซํ้า ๆ ลูกสุนัขจะยอมรับได้เร็วและไม่มีปัญหา เมื่อถึงระยะนั้นคุณก็สามารถพามันออกไปนอกบ้านได้ ข้อสำคัญข้อหนึ่งคือในระยะเริ่มแรกจะต้องให้สุนัขรู้สึกว่ามีแรงดึงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้สายจูงยาว ๆ ซึ่งมีอุปกรณ์ร่นสายอัตโนมัติ จากนั้นจึงใช้สายจูงแบบธรรมดา (ยาว 3-5 ฟุตหรือ1-11/2 เมตร)ข้อสำคัญในเรื่องนี้คือจะต้องให้สุนัขมองสายจูงว่าเป็นเครื่องเชื่อมโยงระหว่างมันกับคุณ ไม่ใช่เป็นเครื่องมือสำหรับการทรมาน

เมื่อสุนัขเริ่มยอมรับว่าจะต้องใส่ปลอกคอติดสายจูง เมื่อพาออกเดินแล้ว คุณก็สามารถทำให้มันคุ้นเคยกับถนนที่มีรถราจอแจซึ่งจะทำให้มันรู้จักกับยวดยานบนท้องถนน และมีโอกาสพบผู้คนและสุนัขตัวอื่นได้ จากนั้นไม่นานนัก มันก็จะมาล้อมหน้าล้อมหลังคุณเมื่อคุณเอื้อมหยิบสายจูง เพราะรู้ว่าคุณกำลังจะพามันออกไปเดิน อย่างไรก็ดี ไม่ควรผูกสายจูงไว้กับมันตลอดเวลา เพราะมีสุนัขจำนวนมากที่ต้องออกไปวิ่งเล่นและเคลื่อนไหวมาก ๆ จงให้โอกาสมันวิ่งเล่นตามสบายบ้างเมื่อ สถานที่อำนวย เช่น ที่ที่ไม่มีรถรา ไม่มีสัตว์ให้ล่า และไม่มีอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า

วิธีและโอกาสในการทำโทษสุนัข

ลูกสุนัข

ถ้าสุนัขของคุณยังไม่นำพาต่อคำสั่งว่า “อย่า!” อีกละก็ คุณก็คงจะต้องหันไปใช้วิธีตบก้นของมันดูบ้าง แต่จงอย่าใช้มือหรือสายจูง เพราะสำหรับสุนัขของคุณแล้ว มือเป็นอวัยวะที่มอบแต่สิ่งดีให้ เช่น อาหาร การลูบคลำและการดูแลทำความสะอาด เครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการนี้ คือ ม้วนหนังสือพิมพ์ เนื่องจากจะทำให้เกิดเสียงดัง เวลาตีซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกดีเป็นพิเศษ หากจำเป็นจริง ๆ ก็อาจจะใช้ไม้กวาดนุ่ม ๆ หรือของคล้าย ๆ ประเภทเดียวกันนี้ก็ได้ ประสิทธิภาพของอากัปกิริยาการลงโทษนี้จะขึ้นอยู่กับการทำให้มันตกใจมากกว่าการทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี การลงโทษนี้จะต้องทำทันทีที่มันทำผิด มิฉะนั้น มันจะไม่อาจรู้ได้เลยว่าถูกทำโทษด้วยความผิดอะไร สุนัขที่เจ้าของมักจะใช้มือตีอาจจะกลัวลานกับมือคน จนถึงกับหลบลี้หนีหน้าไปทำให้ฝึก, ทำความสะอาดหรือแตะต้องตัวมันลำบาก หรือไม่ก็อาจจะทำไม่ได้เอาเลย

กลเม็ดในการสร้างวินัยที่ใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษซึ่งแม่สุนัขป่าใช้ คือ การงับลงไปที่หนังต้นคอ สำหรับเราก็อาจจะใช้มือขยุ้มเนื้อส่วนนั้นไว้แล้วเขย่าแรง ๆ เหมือนกับเขย่าฝุ่นออกจากไม้ถูพื้น แต่อย่ายกตัวของมันให้ลอยจากพื้น การสั่งว่า “อย่า!” ด้วยนํ้าเสียงกร้าว ๆ ตามไปด้วย จะทำให้เกิดความรู้สึกมากขึ้น จากนั้นลูกสุนัขก็จะค่อย ๆ รู้ว่ามันทำอะไรผิดไปบ้าง

จงอย่าลืมว่า ความสำเร็จในการฝึกนั้น ไม่ได้มาจากลงโทษ และการลงไม้ลงมืออย่างรุนแรง แต่จะมาจากความอดทน, การปฏิบัติซํ้า ๆ การดุว่าเป็นครั้งเป็นคราว และที่สำคัญที่สุดคือ การยกย่อง ซมเชยและรางวัล

การให้อาหารสุนัขควรทำอย่างไร?

ใ้ห้อาหารสุนัข

อย่าปล่อยให้สุนัขของคุณร้องขอ

ถ้าคุณถูกสุนัขของคุณเฝ้าร้องขออาหารจนคุณไม่อาจจะนั่งรับประทานอาหารได้ละก็ ผู้ที่ควรจะถูกตำหนิก็คือตัวคุณเอง จงให้อาหารแก่สุนัขของคุณก่อนที่คุณจะลงมือรับประทานอาหาร และจงอย่านำอาหารบนโต๊ะป้อนมันอย่างเด็ดขาด และควรยํ้าเตือนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก ๆ หรือแขกที่มาเยี่ยมให้ละเว้นการกระทำเช่นนี้เสีย ทั้งนี้เพราะการปฎิบัติตามกฎเหล่านี้จะเป็นหนทางเดียว ที่จะฝึกสุนัขได้ดี ไม่ก่อความรำคาญให้แม้คุณจะนำไปรับประทานอาหารนอกบ้านหรือให้มันอยู่ด้วย ขณะมีงานเลี้ยงฉลองภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยงที่ชินกับการให้อาหารตามเวลาและการกินอาหารจากถ้วยอาหารประจำสำหรับมันแล้วมักจะไม่ไปร้องขออาหารที่โต๊ะ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะเป็นเครื่องประกันได้ว่ามันจะไม่ถูกล่อจูง ด้วยอามิสสินจ้าง หรือถูกวางยาโดยคนแปลกหน้า

ความสามารถของสุนัขเกี่ยวกับเสียงของนาย

เสียงของผู้ฝึกสุนัข

สุนัขนั้นซอบที่จะฟังคุณพูด โดยเฉพาะถ้าคุณคุยในสิ่งที่น่าฟัง คุณจะต้องพูดคุยกับมันบ่อย ๆ ในครั้งแรกคำพูดของคุณแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับมัน แต่มันจะฟังท่วงทำนองเสียงอย่างสนอกสนใจและจะตีความอย่างถูกต้องด้วยสัญชาตญาณ แม้ว่าภาษาของคนเราจะต่างจากภาษาของสุนัขโดยสิ้นเซิง แต่มันจะค่อย ๆ เชื่อมโยงเหตุการณ์หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีรูปแบบของเสียงที่มีลักษณะเฉพาะเข้าด้วยกัน และจะเรียนรู้คำบางคำได้ ถ้าพูดซํ้า ๆ จากนั้นมันจะตอบสนองต่อคำพูดเหล่านี้ “อย่างชาญฉลาด” ทีเดียว ในการจำชื่อ, การแยกแยะความแตกต่างระหว่างคำซมและคำดุว่า, และเชื่อฟังคำสั่งนั้นก็เป็นไปด้วยวิธีดังกล่าวนี้ ต่อจากนั้นไม่นานมันก็จะ รู้จักคำว่า “เดิน” และจะเริ่มกระโดดโลดเต้นรอคอยทุกครั้งที่คุณเอ่ยปาก

ความสามารถพิเศษในการเข้าใจซึ่งซ่อนเร้นติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการฝึกสุนัขได้อย่างดี มันจะจับความหมายของคำว่า “อย่า!” ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องฝึกฝนมาก่อน ถ้าใซ้คำนี้หลังจากที่มันทำอะไรผิดหรือกล่าวขณะที่กำลังทำผิดเลยได้ก็จะยิ่งดี สำหรับสุนัขที่ชินกับท่วงทำนองเสียงเบา ๆ นุ่มนวลแล้ว คำหนัก ๆ ห้วน ๆ มักจะใซ้ได้ผลดี

หลักพื้นฐานในการฝึกให้สุนัขเชื่อฟัง

การฝึกสุนัข

จุดประสงค์สำหรับการฝึกนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การอยู่ร่วมกับสุนัขน่าอภิรมย์ขึ้นเท่านั้น แต่จุดที่สำคัญที่สุดอยู่ที่สุขภาพและความปลอดภัยของตัวสุนัขเอง สุนัขที่ฝึกแล้วเท่านั้นที่จะปลอดจากภยันตรายรอบ ๆ ตัวมัน สุนัขที่เดินเตร่ไปโดยไม่ดูทาง หรือข้ามถนนโดยไม่ดูรถนั้นอาจถูกรถชนหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายดาย ในชนบทก็เช่นเดียวกัน สุนัขที่ออกไปนอกถิ่นของนายมันก็จะต้องพบกับอันตราย ตัวที่กำลังเดินเที่ยวไปหรือกำลังล่าเหยื่อก็อาจจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงเอาได้โดยถูก กฎหมาย

ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงควรฝึกลูกสุนัขโดยเริ่มตั้งแต่ที่มาอยู่ร่วมกับคุณ ในระยะต้น ๆ นี้คุณอาจจะใช้ความรักสนุกวัยซนของมันได้ ยิ่งมีความสนุกมากเท่าใด มันก็จะกระหายที่จะเรียนรู้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่โตเต็มที่ มันควรจะเชี่ยวซาญการฝึกดังต่อไปนี้

1. ต้องรู้จักที่ขับถ่ายและตอบสนองต่อเสียงเรียกชื่อของมัน

2. ต้องแยกแยะและเชื่อฟังคำสั่งดังต่อไปนี้ “มานี่”, “หมอบลง”, “นั่ง”, “อยู่ที่นี่”, “อย่า”, “คอย”

3. ต้องสามารถ “ตามมา” ได้โดยไม่ต้องดึงสายจูง

4. ต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่ออยู่ใต้ร่มชายคา ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่ที่ไม่เคยไป (เช่น ภัตตาคาร เป็นต้น) นั่นก็คือจะต้องไม่วิ่งทะยานไปหรือเห่าไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

5. ต้องปฏิบัติตัวถูกต้อง ทั้งในรถยนต์และรถเมล์, รถไฟและยานพาหนะอื่น ๆ จะต้องไม่กระโดดออกจากรถเมื่อประตูรถเปิดอยู่ จนกว่าจะได้รับคำสั่ง (ควรจะใส่สายจูงไว้โดยตลอด)

6. ไม่ควรขออาหารหรือรับอาหารจากคนแปลกหน้า

เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว คุณจำเป็นต้องใช้คำสั่งเดียวกันทุกครั้ง คำที่ใช้จะเป็นคำใดก็ได้ แต่ที่สำคัญ คือคุณจะต้องยึดอยู่กับคำสั่งที่ใช้กันจนเป็นที่รู้แล้ว สิ่งแรกที่สุนัขของคุณจะเรียนรู้นั้นคือ การเข้าใจคุณ ไม่ร้องขออาหาร และเดินไปอย่างถูกต้องเรียบร้อยเมื่อใช้สายจูง

การสอนให้ลูกสุนัขรู้จักที่ทางในการขับถ่าย

ฝึกลูกสุนัข

ความปิติยินดีจากการที่ได้ลูกสุนัขมานั้นอาจจะจางหายไปบ้างในเวลาไม่นานนักเมื่อต้องพบกับสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนที่มันทำขึ้น ลูกสุนัขนั้นมีไม่กี่ตัวนักที่สามารถสอนให้รู้จักที่ทางได้ขณะอายุได้แปดถึงสิบสัปดาห์ ก็จะฝึกสอนมันได้อย่างไรกันเล่า? ลูกสุนัขที่มีอายุเท่านี้จะอยู่ร่วมกันกับตัวอื่นในคอกตลอดมา โดยอยู่กันในที่เลี้ยงซึ่งมันจะขับถ่ายได้ทุกแห่งเมื่อเกิดรู้สึกปวดขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พรมห้องรับแขกซึ่งนุ่มและดูดซับได้ดีกว่ามุมเก่า ๆ ในที่เลี้ยงนั้นจะรอดพ้นไปได้อย่างไรเล่า?

ลูกสุนัขซึ่งอยู่ในระยะเจริญเติบโตนั้นไม่อาจจะเข้าใจสิ่งนี้ได้ ฉะนั้นการลงโทษด้วยเหตุผลที่ไม่รู้ในสิ่งที่มันยังไม่เคยเรียนรู้จึงเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์และไม่ถูกต้อง และการทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่และจับจมูกของเจ้าตัวยุ่งเข้าไปถูกับสิ่งที่มันขับถ่ายออกมาจะไม่เป็นผลดีใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การจะรีบพามันออกไปนอกบ้านก็ไม่ทันการ เพราะของเสียได้ถูกขับถ่ายออกมาหมดเสียแล้ว

สิ่งที่คุณจะทำได้ก็คือ คอยจับตามองมันไว้และพาไปนอกบ้านยังสถานที่เดียวกันทุกครั้ง ทันทีที่เห็นสัญญาณบ่งบอกว่ากระเพาะปัสสาวะหรือท้องไส้ของมันกำลังจะทำงาน สำหรับสุนัขอายุน้อย ๆ สิ่งแรกที่ควรทำในเวลาเช้าหลังจากตื่นและให้กินอาหาร นํ้า เรียบร้อยแล้วคือ พามันออกนอกบ้าน สัญญาณที่จะทำให้คุณรู้คือ มันจะเดินวนไปเวียนมาอย่างกระสับกระส่าย หรือหมุนตัว เป็นวงกลมและดมที่นั่นที่นี่ และอาจจะใช้อุ้งเล็บตะกุยพื้นและส่งเสียงร้องหงิง ๆ

ถ้าคุณสังเกตโดยตลอดตั้งแต่แรก และพามันไปยังจุดที่คุ้นเคยทันการและตรงตามกำหนด (ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง) ในไม่ช้ามันจะรู้ว่าเราต้องการอะไร และเมื่อมันเริ่มออกจากบ้านไปเองและทำให้คุณรู้ว่ามันอยากจะออกไปละก็ แสดงว่าอีกไม่นานนักมันจะรู้จักที่ทางได้อย่างสมบูรณ์เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าวได้เร็วขึ้น ควรจะต้องชมมันทุกครั้ง ทั้งหมดนี้จะต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก เพราะว่าลูกสุนัขจะต้องการขับถ่ายวันละ 6 หรือ 7 ครั้งทีเดียว แต่เมื่อคุณช่วยมันให้ผ่านพ้นระยะนี้ไปแล้ว คุณก็จะได้รับผลตอบแทนโดยไม่ต้องมาเป็นวิตกเรื่องนี้อีกตราบเท่าที่สุนัขของคุณมีสุขภาพดีเป็นปกติ

อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของสุนัขทุกคนควรจดจำไว้ก็คือ การพาสุนัขออกไปเดินนั้นไม่ใช่เป็นการปล่อยให้มันขับถ่ายที่ไหนก็ได้ตามชอบใจ แม้ว่าเงินบางส่วนที่คุณจ่ายไปสำหรับค่านำสุนัขมาเลี้ยง อาจจะใช้ไปในการทำความสะอาดถนนก็ตาม แต่คุณและสุนัขของคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะไปล่วงเกินสิทธิของผู้อื่น และผู้อื่นนั้นจะทนสุนัขของคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณประพฤติต่อเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น เราต้องจดจำไว้ว่า ผู้ที่เลี้ยงสุนัขทุกคนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน

ดังนั้นจึงขอได้โปรดควบคุมสุนัขของคุณไม่ให้ขับถ่ายตามทางข้างถนน แต่ถ้าถนนนั้นไม่มีไหล่ทางหรือไม่มีต้นไม้ คุณก็อาจจะปล่อยให้มันสลัดทุกข์ตามขอบถนนได้ ทางเดินในสวนสาธารณะ ก็ควรจะปลอดจากของเสียจากสุนัขเช่นเดียวกัน สุนัขที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีส่วนใหญ่จะสามารถหาที่ที่ไม่รบกวนผู้อื่นได้เกือบทุกตัว ถ้าเจ้าของสุนัขทุกคนจะคิดถึงเรื่องนี้อีกสักนิด ความสัมพันธ์ระหว่างสุนัขของเรากับมวลมนุษย์ก็คงจะดีขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะที่คำร้องบ่นเกี่ยวกับ “ขี้หมา” ก็ จะหมดไป

คุณสมบัติพื้นฐานที่ใช้ฝึกสุนัข

ฝึกลูกสุนัข

สุนัขรุ่นใหม่ ๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นตัวเล็ก ๆ เช่น ปอมเมอเรเนียน, พูเดิ้ล หรือใหญ่ อย่างเกรทเดน ต่างก็สืบสายเลือดมาจากสุนัขป่าทั้งสิ้นและยังคงมีสัญชาตญาณ “แบบสุนัขป่า” อยู่แม้ว่าสัญชาตญาณบางอย่างจะฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึกบ้างแล้วก็ตาม ในการเอาชีวิตรอดนั้นสุนัขป่า จะต้องอยู่ภายใต้กฎที่เข้มงวด แต่ละ “ครอบครัว” จะอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยสมาชิกแต่ละตัวจะมีตำแหน่งใหญ่น้อยต่าง ๆ กันไปตามระบบการจัดอันดับ จ่าฝูงซึ่งจะเป็นตัวที่แข็งแรงและชาญฉลาดที่สุดจะเป็นที่ยอมรับและจะเป็นตัวที่มีอำนาจสูงสุด เจตจำนงของมันจะกลายมาเป็นกฎที่สุนัขป่าตัวอื่น ๆ จะต้องยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข

ในฐานะนายและผู้นำ คุณสามารถฝึกสุนัขของคุณให้เป็นเพื่อนที่เชื่องและเป็นสมาชิกของครอบครัวคุณได้ถ้าคุณ (ซึ่งจะเปรียบได้กับจ่าฝูง) รู้จักนำวิธีคิดหรือจิตภาพของมันมาใช้ สุนัขอายุน้อย ๆ จะยอมรับและยอมอยู่ใต้คำสั่งจากผู้นำเท่านั้นและในที่นี้ก็คือตัวคุณ ซึ่งก็หมายความว่า คุณจะต้องเข้มงวดมีระเบียบวินัยอย่างเสมอต้นเสมอปลายในการฝึกมัน แต่ไม่ถึงกับลงโทษตบตี มันอย่างรุนแรง วิธีนี้จะทำให้ได้ผลตรงข้ามกับที่คุณต้องการ ทั้งนี้เนื่องจากหัวหน้าฝูงสุนัขป่านั้นไม่เคย “ทำ” บรรดาลูกน้องเลย คุณสมบัติในการอยู่กับสุนัขได้แก่ ความอดกลั้น คำเยินยอ ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ความดุดัน

สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติพื้นฐานที่จะฝึกสุนัขได้ประสบผลสำเร็จ สุนัขที่ได้รับการฝึกอย่างดี จะนำความสุขใจมาให้คุณอย่างไร้สิ่งเปรียบปาน ด้วยอุปนิสัยที่เชื่อถือได้ทุกที่ทุกเวลา