การบันทึกงานผสมพันธุ์ไก่

ประสิทธิภาพของโครงการบำรุงพันธุ์ไก่ขึ้นอยู่กับบันทึกสถิติต่าง ๆ ที่ทำไว้อย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์ นำบันทึกสถิติเหล่านี้มาวิเคราะห์โดยวิธีสถิติเพื่อตัดสินว่าไข่ดกจริง หรือเติบโตดีจริง ทั้งของตัวไก่นั้นเองและของวงศ์วารลูกหลานต่าง ๆ

บันทึกสถิติเบื้องตนของงานผสมพันธุ์ไก่ ได้แก่

1. สถิติไข่ประจำเดือน

2. สถิติไข่ ประจำปี

3. สถิติประจำเล้าหรือครอบครัวของไก่พันธุ์

4. บัญชีการฟักไข่การติดเบอร์ลูกไก่

5.  บันทึกพันธุ์ประวัติ และ

6. สรุปความสามารถไข่ของตัวเมีย

วิธีดำเนินการอื่น ๆ นอกจากทางด้านผสมพันธุ์และการกำจัดโรคขี้ขาวและโรคไทฟอยด์แล้ว ยังต้องติดเบอร์ขาที่กันหลุดได้ ต้องมีรังกล หมั่นเก็บไข่และบันทึกลงสถิติประจำวันประจำเดือนของแต่ละตัวไม่น้อยกว่า 10 เดือนติดต่อกัน หรืออาจใช้รังกลอาทิตย์ละ 5 วัน รวมให้ได้ 100 วันต่อเนื่องกันทุกอาทิตย์

การบันทึกสถิติทั้งปีตามข้อ 2 รวมจากสถิติข้อ 1 เมื่อครบปีแล้วนำมาลงในสถิติไข่ประจำปี ไก่ที่จะคัดไว้ต่อไปจะคัดตามความสมบูรณ์ขนาดร่างกาย การไข่ดกและลักษณะสำคัญอื่น ๆ ที่เห็นควร

การบันทึกสถิติของฝูงไก่พันธุ์ สถิติทางฝ่ายแม่พันธุ์ในฝูงไก่พันธุ์จะได้จากสถิติประจำปี และจากสถิติฝูงไก่พันธุ์ สถิติทางฝ่ายตัวผู้ที่ใช้ทำพันธุ์จะได้จากสถิติพันธุ์ประวัติจากชั่วลูก ไข่ที่ได้จากเล้านี้ต้องเขียนเบอร์คอก เบอร์ขาแม่ไก่ ลงวันที่กำกับไว้ที่เปลือกไข่ในขณะที่เก็บไข่ แล้วบันทึกการไข่แต่ละวันไว้

รายงานการฟักและการติดเบอร์ขาลูกไก่ ควรบันทึกสถิติพ่อพันธุ์ เบอร์ขาของแม่พันธุ์ แยกเป็นคอก ๆ ไป ติดเบอร์ปีกของลูกไก่ที่ฟักได้ ซึ่งอาจจดเลขแต่เฉพาะตัวต้นกับตัวสุดท้ายก็พอ ควรแยกไข่ฟักเป็นฝูง ๆ ไปตามเบอร์คอก

ลงสถิติตามตัวเลขบนเปลือกไข่จากแม่ไก่แต่ละตัว และจัดให้ไข่อยู่ในถาดเดียวกัน คอยเก็บบันทึกเบอร์ไข่ที่ไม่มีเชื้อและไข่ที่ย้ายเข้ากล่องหรือถุงออกลูกไก่เพื่อให้รู้ว่าลูกไก่ที่เกิดนั้น ๆ เป็นของพ่อไหนแม่ไหน

นับดูจำนวนลูกไก่ที่ได้จากแต่ละแม่ ติดเบอร์ปีกแล้วอย่าลืมจดเบอร์ปีกนี้ลงในบันทึกของแต่ละแม่

สถิติพันธุ์ประวัติ เบอร์ปีก เบอร์คอก และเบอร์แม่ไก่ จะรู้ได้จากรายงานการฟักและการติดเบอร์ลูกไก่ ลอกสิ่งเหล่านี้ลงในสมุดพันธุ์ประวัติ สมุดนี้ควรเก็บรักษาไว้ในโรงเลี้ยงลูกไก่ และลงบันทึกเพิ่มเติมอีกเมื่อทำการย้ายไก่ต่อไป การคัดพวกไก่อ่อนแอ ไก่พิการออกทิ้ง ไก่ขนงอกช้า โตช้า ก็ต้องบันทึกไว้ในสถิติข้อนี้ด้วย เพื่อให้รู้ว่าพ่อแม่พันธุ์ตัวไหนให้ลูกเป็นอย่างไร และจะได้คัดออกไปได้ง่ายขึ้น

สรุปสถิติเฉพาะตัวแม่ไก่กับสถิติของลูกไก่พันธุ์เป็นของสำคัญที่สุด เพราะเป็นเครื่องชี้ให้รู้ว่าแม่ไก่ตัวนั้น ๆ ถ่ายลักษณะดีต่าง ๆ ไปชั่วลูกได้หรือไม่

สถิติพ่อแม่พันธุ์ ได้จากสถิติของฝูงไก่พันธุ์ หรือที่เรียกว่า สถิติประจำเล้าไก่พันธุ์และรายงานผลการฟักไข่

สถิติของตัวเมียชั่วลูกได้จากสถิติไข่ทั้งปีหรือบันทึกประจำตัวของไก่นั้น ที่กล่าวมานี้ เป็นเรืองที่เขาทำได้ผลมาแล้วในประเทศอเมริกา ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ ขณะนี้รัฐบาลของเราพยายามทุกทางที่จะสนับสนุนให้มีการปรับปรุงส่งเสริมอาชีพนี้ โครงการนี้ที่ได้ผ่านการพิจารณานำออกใช้และได้รับความร่วมมือจากผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ ผู้ขายอาหารไก่ ผู้ทำการฟักไข่ขายลูกไก่ ตลอดจนหน่วยราชการและสถานศึกษาต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานนี้แล้ว อาทิเช่น การป้องกันโรคไก่ การควบคุมคุณภาพอาหารไก่ นับได้ว่า ได้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมของประเทศ หรืออย่างน้อยก็เป็นการดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงไก่ จึงนับได้ว่าโครงการสนับสนุนการเลี้ยงไก่เป็นอาชีพเป็นของสำคัญและจำเป็นที่สุดในขณะนี้ และถึงเวลาแล้วที่โครงการทำนองนี้ควรจะได้รับความร่วมมือช่วยเหลือจากทุก ๆ ฝ่ายด้วย

วิธีผสมไก่

ไก่ชั่วลูกหลานนั้นเป็นผลที่ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพ่อแม่ไก่ ถ้ามีหลักเกณฑ์ที่ดีในการคัดเลือกไก่ไว้ทำพันธุ์ผลชั่วต่อ ๆ ไปก็ดีขึ้น หากไม่มีหลักเกณฑ์ไนการคัดเลือกผสมพันธุ์ ลูกไก่รุ่นใหม่ก็มีโอกาสจะเลวลงทุกชั่ว หรืออาจปรับปรุงไม่ได้ผลดีขึ้น

วิธีผสมไก่มีหลายอย่าง อาจผสมอย่างฝูงใหญ่ ผสมอย่างฝูงเล็ก ผสมเดี่ยว โดยมีพ่อไก่คุมตัวเมียตัวต่อตัวและผสมโดยการฉีดเชื้อ ที่เรียกว่าผสมเทียม หรือแบบวิทยาศาสตร์

การผสมไก่แบบฝูงใหญ่ ทำได้โดยปล่อยไก่รวมอยู่ในเล้าเดียวกันมาก ๆ ตัว มีอัตราส่วน ตัวผู้ต่อตัวเมีย วิธีนี้ไม่รู้พ่อแม่แน่นอน ไม่รู้ว่าพ่อแม่ไหนลูกดีเลวอย่างไร วิธีนี้ไข่มีเชื้อดีกว่าเพราะพ่อแม่ไก่มีโอกาสผสมพันธุกันตามความยินยอมต่อกันได้ดีกว่าฝูงเล็ก

การผสมไก่แบบฝูงเล็ก ใช้ตัวผู้คอกละ 1 ตัว แล้วใส่ตัวเมียตามอัตราที่ควรและใช้รังไข่กล สำหรับเก็บสถิติไข่ของแม่ไก่ วิธีนี้มีทางรู้พ่อรู้แม่จากสถิตินี้ได้ถูกต้อง มีทางรู้ความดีเลวของพ่อแม่พันธุ์ได้ แต่ไข่อาจมีเชื้อไม่ค่อยดี เนื่องจากไก่อาจรังเกียจกันด้วยสาเหตุต่าง ๆ เป็นเหตุให้ ไก่บางตัวไม่ได้รับการผสมพันธุ์

การผสมเดี่ยว ทำโดยขังตัวผู้ในกรงแล้วค่อย ๆ หมุนเวียนปล่อยตัวเมียทีละตัวเช้ารับการผสมโดยวิธีธรรมชาติจากตัวผู้ แล้วตั้งต้นรอบใหม่ทุก 5-7 วัน วิธีนี้ได้ผลเช่นการผสมแบบฝูงเล็กแต่เปลืองแรงและเวลามากกว่า แม่ไก่ที่ใช้ในการนี้อาจขังไว้ในกรงตับ หรือกรงพิเศษ ที่แบ่งเขตของตัวเมียกับตัวผู้แยกกัน สะดวกกว่าวิธีเลี้ยงปล่อยเล้าและมักนิยมกันมากในกรณีที่เป็นไก่พันธุ์ดีจริง ๆ

การผสมแบบฉีดเชื้อ ทำได้โดยขังตัวผู้และตัวเมียแยกกัน รีดเชื้อจากตัวผู้มาฉีดให้ตัวเมีย ช่วยให้ผสมไก่ได้มากตัว และเลี้ยงได้มากในที่จำกัด แต่เปลืองแรงมากกว่า การฉีดเชื้อนี้เหมาะ สำหรับงานผสมพันธุ์ไก่จำนวนไม่มากนัก ข้อดีก็คือ ได้รู้ผลการผสมพันธุ์ได้เร็วขึ้นและประหยัดตัวผู้กว่าวิธีธรรมชาติ ตัวผู้ตัวหนึ่งใช้ผสมกับตัวเมียได้มากตัวขึ้นและประหยัดตัวผู้กว่าวิธีธรรมชาติ ตัวผู้ตัวหนึ่งใช้ผสมกับตัวเมียได้มากตัวขึ้นในบางกรณีที่ขนาดร่างกายของพ่อแม่พันธุ์ต่างกันมาก หรือในการสัมพันธ์ระหว่างสปีชี่หรือชนิดของสัตว์ปีกนั้นห่างกันมาก และไม่อาจจะผสมพันธุ์แบบธรรมชาติได้ ก็อาจทำได้โดยวิธีฉีดเชื้อ เช่น ไก่ + นกกระทา = ไก่กระทา (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2514)

หัวข้อลำดับต่าง ๆ สำหรับงานฉีดเชื้อโดยทั่วไปมีดังนี้

1.  เตรียมไก่และเตรียมคนที่ฝึกคล่องแล้ว

2.  เตรียมเครื่องมือ

3.  รีดนํ้าเชื้อตัวผู้

4.  ผสมนํ้าเชื้อตัวผู้ให้ได้ปริมาณขึ้น

5.  ฉีดนํ้าเชื้อตัวผู้เข้าปากท่อไข่ของตัวเมีย

1) เตรียมไก่และเตรียมคน ไก่ที่จะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ ไม่ควรเป็นไก่แก่อายุเกิน 2 ปี ไข่จากพ่อแม่พันธุ์ปีแรกได้ไข่มีเชื้อสูงและฟักออกดีกว่าไก่ที่แก่กว่า ควรบำรุงพ่อแม่พันธุ์ ด้วยอาหารคุณภาพดีให้แข็งแรงสมบูรณ์ไว้ตั้งแต่ก่อนการรีดเชื้อสัก 1 เดือน จัดการทำลายเหา ไร และพยาธิภายในให้เสร็จแต่เนิ่น ๆ แล้วจึงเอาเข้ากรงขังเดี่ยวหรือคอกเล็ก ๆ มีนํ้าและอาหาร

ให้กินได้พอเพียง

ผู้ที่จะทำการฉีดเชื้อต้องฝึกให้ชำนาญก่อนที่จะให้ลงมือรีดหรือฉีดเชื้อจริง ๆ ทางที่ดีควรเป็นลูกมือผู้ที่ชำนาญมาก่อน ผู้ที่ชำนาญแล้วจะทำได้ผลดีกว่า

2)  เครื่องมือที่ใช้ในการฉีดเชื้อนี้ อาจมีเพียง

1.  หลอดฉีดยาขนาดเล็ก

2.  เข็มที่สวมปลายด้วยท่อปลาสติกเล็ก ๆ

3.  กรวยสำหรับรองรับนํ้าเชื้อตัวผู้

4.  นํ้ายาเจือจางให้มีปริมาตรขึ้น เช่น นํ้าเกลือ 0.9% หรือนํ้าค้างไข่ขาว หรือนํ้ายาแบบอื่น อาทิเช่น Ringer’s, Lock’s, Tyrode’s, หรือพวก physiological saline อื่น ๆ ที่ได้ตรวจปรับความเป็นกรดเป็นด่างให้ใกล้เคียงกับ 7.4

3)  รีดนํ้าเชื้อตัวผู้ ทำได้โดยให้คนหนึ่งอุ้มไก่อยู่ข้างสะเอวซ้าย อีกคนหนึ่ง เป็นผู้ทำการรีดเชื้อโดยใช้มือขวาลูบด้วยกำลังปานกลางที่ก้นไก่และด้านหลังตรงส่วนที่ใกล้กับต่อมนํ้ามัน ขณะที่ลูบก้นไก่ขึ้น ไก่จะเสียวกระสันทำท่าปี้ ผู้รีดใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้คล่อมจับรูปากทวาร ค่อย ๆ บีบหรือรีดนํ้าเชื้อลงสู่กรวยช้า ๆ นํ้าเชื้อไก่จะออกมาทางปลายลึงค์ที่อยู่ในบริเวณนั้น บางคนนิยมลูบสองข้างของหลังไปทางก้นถึงข้างต่อมนํ้ามันด้วยนี้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือซ้าย ไก่บางตัวรีดนํ้าเชื้อออกยาก จำเป็นต้องลูบหลายครั้ง หรือต้องช่วยลูบบริเวณท้องน้อยถึงปากทวารหลาย ๆ ครั้งให้ไก่เกิดความรู้สึก ขณะที่นํ้าเชื้อไก่หลั่งออกมานั้น มือซ้ายของผู้รีดจับกรวยเข้ารองรับให้ลงสู่กรวยเพื่อเอามาผสมใช้ต่อไป ควรรีดเชื้อไม่เกินอาทิตย์ละ 5 วัน และไม่ควรเกิน 3-4 เดือน ถ้านานเกินกว่านี้อาจได้ไข่ฟักที่มีเชื้อน้อย

4)  ผสมนํ้าเชื้อตัวผู้กับนํ้ายาเจือจาง ไก่ตัวผู้หนุ่มธรรมดาจะหลั่งนํ้าเชื้อลงสู่กรวยได้ราว คราวละ ½  — 1 ซีซี ถ้าเรามีแม่ไก่น้อยตัว ก็อาจไม่ต้องผสมเจือจาง ใช้ฉีดได้โดยตรง ถ้ามีแม่ไก่มากตัว ก็อาจผสมกับนํ้ายาเจือจางดังกล่าวอีกเท่าตัว เพื่อจะฉีดแม่ไก่ได้มากตัวขึ้น

5)  การฉีดเชื้อเข้าปากท่อไข่ของตัวเมีย ปากท่อไข่ของตัวเมีย มาเปิดออกที่ใกล้กับปากทวารหนัก และรังไข่ของไก่เจริญแต่เพียงรังไข่ข้างซ้าย ฉะนั้น ผู้ช่วยคนหนึ่งจะต้องจับไก่เข้าสะเอวขวา แล้วเปิดขนที่คลุมก้นขึ้น มือซ้ายกดท้องน้อยไก่โดยให้ก้นไก่โผล่อยู่ระหว่างนี้วชี้กับหัวแม่มือ โดยวิธีนี้ก้นไก่จะปลิ้นออกเห็นปากท่อไข่อยู่ข้างซ้าย เป็นรูนูน และมีรอยย่น ๆ เป็นจำนวนมาก คนฉีดนํ้าเชื้อใช้หลอดฉีดยาดูดนํ้าเชื้อที่เตรียมไว้สอดให้เข้าที่ปากท่อลึกราว 3/4— 1 นิ้ว คลายมือที่กดท้องน้อยของไก่ ผู้ฉีดเชื้อกดด้ามหลอดฉีดปล่อย นํ้าเชื้อเข้าไปราวครึ่งซี.ซี. แล้วซักหลอดออก

การฉีดเชื้อนี้ ต้องกระทำภายหลังไข่ประจำวันแล้ว มิฉะนั้นอาจไข่แตกในท้อง เป็นอันตรายได้ ฉะนั้น ทางที่ดีควรฉีดเชื้อในตอนบ่ายหลัง 3 หรือ 2 โมงไปแล้วจะสะดวกกว่า

การเก็บไข่มาฟัก จะเริ่มเก็บได้หลังฉีดเชื้อสัก 3 วัน โดยปกติเชื้อตัวผู้พอเข้าปากท่อไข่ ได้ก็จะพากันว่ายไปหาไข่หรือไปรออยู่ที่ซอกต่าง ๆ ของบริเวณท่อปากแตร นักวิทยาศาสตร์ พบแล้วว่า ระยะเวลาที่เชื้อตัวผู้เดินทางจากปากท่อไข่จนถึงโคนท่อปากแตรจะกินเวลาประมาณ 18 ชั่วโมงเท่านั้น

ระบบของการผสมพันธุ์ไก่

ระบบใหญ่ ๆ ของการผสมพันธุไก่มีอยู่ 3 ระบบ การที่จะใช้ระบบใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ดำเนินการนี้โดยตรง แบบที่เป็นหลัก ได้แก่

1.  ระบบปรับปรุงสัตว์พื้นเมืองที่มีอยู่เดิมด้วยพันธุ์แท้

2.  ระบบสายเลือดใกล้ชิด

3.  ระบบข้ามพันธุ์หรือตระกูล

1.  ระบบปรับปรุงพันธุ์พื้นเมืองด้วยพันธุ์แท้ วิธีนี้ใช้พ่อพันธุ์แท้กับแม่พันธุ์ทางหรือพื้นเมืองเพื่อถ่ายลักษณะดีจากพ่อพันธุ์ให้ลูกต่อไป แล้วยีนใช้พ่อพันธุ์แท้ พันธุ์เดิม หรือพันธุ์อื่นต่อไป ทุก ๆ ชั่ว เป็นวิธีที่ถูกเงินเพราะลูกที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นทุกชั่ว แต่ถ้าเลี้ยงเป็นอาชีพ บางทีก็ไม่ได้ผลอะไรที่ดีขึ้นคุ้มค่านัก เนื่องด้วยไก่สมัยนี้ไม่ว่าพันธุ์แท้หรือลูกผสมมีคุณภาพดีซื้อหา

ได้ง่ายทั่วไป การผสมพันธุ์แบบนี้จึงไม่ค่อยนิยมใช้สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ไก่ แต่เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับปรับปรุงไก่ที่มีคุณภาพเลวในท้องที่ห่างไกลคมนาคม ในชนบทต่าง ๆ เพื่อให้ไก่เดิมมีคุณภาพดีขึ้น ทั้งทางการเจริญเติบโต และการไข่ยังอาจได้ลักษณะบางอย่างจากพ่อแม่พันธุ์อีกด้วย

2.  ระบบสายเลือดใกล้ชิด คือ การผสมพันธุ์ระหว่างเครือญาติสนิทหรือภายในครอบครัว เช่น พ่อกับลูก แม่กับลูก พี่กับน้อง ในการผสมพันธุ์ หากทำการผสมระหว่างสายเลือดใกล้ชิด เช่น ผสมแบบฝูงปิด ซึ่งเป็นการผสมพันธุ์ระหว่างพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกันทุกชั่ว เพื่อให้ได้ลักษณะดีบริสุทธิ์ไว้ต่อไป แม้จะเป็นของดีแต่ไม่ควรใช้ติดต่อกันหลายชั่วนัก เพราะอาจเกิดผลเสียจากการผสมสายเลือดใกล้ชิด เพราะนอกจากจะได้ลักษณะที่ดีไว้ยังมีลักษณะเลวต่าง ๆ ติดมาด้วย และจะแพร่อยู่ในฝูงรุ่นต่อ ๆ ไป อาทิเช่น ความอ่อนแอ การฟักออกน้อยลง หรือพิการ ระบบนี้จึงเปรียบได้กับมีดสองคม ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็เป็นผลร้าย วิธีผสมในสายเลือดใกล้ชิด ควรมีหลักเกณฑ์ไนการคัดเลือกและอย่าทำติดต่อกันมากชั่วนัก อย่างไรก็ดี สำหรับการรักษาสายพันธุ์ที่ดีของไก่เล็กฮอร์นขาว นักผสมพันธุ์นิยมแบบปิดฝูงที่มีการคัดเลือกแยกเป็นสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่จะผสมระหว่างสายพันธุ์ให้ดีทั้งคุณภาพและการไข่ดก

3.  ระบบข้ามพันธุ์ ได้แก่

1)  ผสมระหว่าง 2 พันธุ์หรือ 2 ตระกูลในพันธุ์เดียวกัน

2)  เอาลูกที่ได้ระหว่าง 2 พันธุ์ หรือ 2 ตระกูล ไปผสมกับพันธุ์อื่นหรือตระกูลอื่นหรือที่เรียกผสมสามสายเลือด

3)  ผสมระหว่างลูกที่เกิดจาก 2 พันธุ์หรือ 2 ตระกูลฝ่ายหนึ่งกับลูกอีกฝ่ายหนึ่งที่เกิดจาก 2 พันธุ์ หรือ 2 ตระกูลเช่นเดียวกัน หรือที่เรียกว่า ผสม 4 สายเลือด พ่อแม่ที่เริ่มต้นอาจเป็นพันธุ์เดียวกันหรือลูกผสมก็ได้ แต่ต้องเป็นคนละสายพันธุ์ (strain) หรือคนละตระกูลหรือครอบครัว (family) ที่ได้คัดเลือกให้มีลักษณะพิเศษประจำสายพันธุ์หรือตระกูลนั้นๆ เมื่อผสมระหว่างสายพันธุ์หรือตระกูลครั้งหนึ่งก็เท่ากับรวมความดีของสายเลือดต่าง ๆ เข้าไว้ในชั่วลูก ต่อไป

การผสมสี่สายเลือดนี้ ใช้ปรับปรุงสร้างพันธุ์ข้าวโพดเป็นการค้าได้สำเร็จก่อนพืชพันธุ์อื่น ๆ ต่อมามีผู้นำวิธีนี้ไปใช้ในพืชอื่นด้วย ไก่กระทงระยะแรกก็สร้างขึ้นมาโดยวิธีนี้ และขั้นต่อมาจึงแยกการคัดเลือกเป็นสายเลือดพ่อและสายเลือดแม่ โดยแยกกันก่อนที่จะผสมเอาลูกไก่ เป็นการค้า

ประโยชน์ของการผสมข้ามพันธุ์

1)  เพื่อให้รู้เพศจากลักษณะภายนอกของลูกไก่ เช่น โรดกับบาร์ ไวยันดอทกับบาร์ เหมาะสำหรับบางลักษณะที่มีความสัมพันธุ์กับเพศ

2)  ช่วยให้ได้ลูกไก่แข็งแรงขึ้น

3)  ช่วยให้ได้ไก่ไข่ดกขึ้น

4)  ลูกผสมโตเร็วเลี้ยงง่าย

5)  เก็บรวบรวมความดีของแต่ละพันธุ์มาผสมคัดเลือกให้ได้พันธุ์ใหม่

นอกจากการผสมพันธุ 3 แบบนี้แล้ว ยังมีวิธีต่าง ๆ พลิกแพลงต่อไปอีก โดยอาศัยของ หลักแบบเดิมนั้นเอง แต่มีความมุ่งหมายเฉพาะอย่าง เช่น

ก. การผสมระหว่างคนละตระกูลหรือสายเลือด เช่น ในพันธุ์เดียวกัน เพื่อเก็บลักษณะดีไว้และลดลักษณะเลวของอีกสายเลือดหนึ่งลง

ข. ผสมระหว่างลายเลือดนอกฝูงในพันธุ์เดียวกัน โดยเลี้ยงแต่แม่ไก่แล้วหมั่นหาไก่ตัวผู้ที่ดีจริง ๆ จากของผู้อื่นมาใช้เป็นพ่อพันธุ์ วิธีเหมาะสำหรับโรงฟักไข่ทั่วไป เพื่อปรับปรุงคุณภาพไก่ในฝูงให้ดีอยู่เสมอ โดยไม่ต้องเสียเวลามากกับการดูแลคัดเลือกพันธุ์นัก

ค. ผสมกลับ ใช้ลูกมาผสมกับพ่อหรือแม่พันธุ์แท้เดิม วิธีนี้ใช้ไม่ทั่วไป นอกจากเป็นวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสายเลือดหรือพิสูจน์บางลักษณะ เป็นงานของนักพันธุศาสตร์ จะต้องทำเพื่อพิสูจน์ผลอยู่เสมอ ๆ

ง. ผสมระหว่างสายเลือดชิดคนละพวกหรือพวกเดียวกัน  ผสมระหว่างลูกผสม 2 จำพวก ซึ่งแต่ละพวกก็เป็นลูกผสมจากคนละพันธุ์หรือพันธุ์เดียวกันที่เป็นเครือญาติกัน

ไก่ที่ได้จากการผสมนี้โดยมากมีคุณภาพดี เพราะได้รวมลักษณะที่ดีจากแต่ละบรรพบุรุษของตนมารวมกัน ข้อเสียของวิธีนี้จะปรากฏขึ้นถ้าหากไม่มีการบันทึกเพื่อเก็บสถิติประวัติไว้สำหรับคัดเลือกรุ่นต่อไป ก็ไม่มีทางปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้นอีกเป็นวิธีปัจจุบัน ฟาร์มไก่ใหญ่ ๆ ทำลูกไก่ออกขาย ลูกไก่เหล่านี้ไม่ใช่พันธุ์แท้ ผู้อื่นจะเอาไปขยายพันธุ์ให้มีคุณภาพดังเดิมก็ไม่ได้ นอกจากฟาร์มต้นตอที่ทำลูกผสมชั่วแรกนี้เท่านั้น เพราะเขามีสถิติของสายพันธุ์ต่าง ๆ ไว้

ฉ. ผสมกันระหว่างไก่ภายในฝูงเท่านั้น บางคนเรียกว่าผสมแบบฝูงปิด เริ่มตั้งแต่คัดเลือกและแยกไก่เป็นฝูงย่อย ๆ แล้วทำการคัดเลือกแต่ละฝูงหรือครอบครัวตามสายเลือดในฟาร์มเดียวกัน ไม่นำไก่ใหม่จากที่อื่นเข้ามาอีก

ซ. ผสมแบบเวียนพ่อพันธุ์ให้ทั่วฝูงตัวเมีย เพื่อพิสูจน์ความสามารถของพ่อแม่พันธุ์ในเวลาเดียวกัน ทำได้โดยแบ่งตัวเมียเป็นฝูงเล็ก ๆ พอสำหรับตัวผู้ 1 ตัว จำนวนฝูงตัวเมียนี้ เท่ากับจำนวนตัวผู้ที่มีอยู่แล้วเวียนตัวผู้ให้ได้ผสมกับตัวเมีย 2-3 ฝูงหรือกว่า เปรียบเทียบพิสูจน์ผลชั่วลูกเพื่อให้รู้ว่าพ่อไหนแม่ไหนให้ลูกดีเพื่อจะคัดไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป

ฌ. ผสมแบบสลับเพศพ่อแม่พันธุ์เพื่อตั้งตระกูลใหม่ วิธีนี้เป็นวิธีใหม่ที่สุดของการผสมพันธุ์ไก่ เลี่ยงการผสมระหว่างสายเลือดชิด และทิ้งลักษณะที่ไม่ดีด้วยการตรวจความสามารถของชั่วลูกให้รู้แน่เสียก่อนที่จะเอามาตั้งต้นสร้างตระกูลใหม่ต่อไปในปีที่ 2 ดังภาพ

ในการคัดเลือกผสมพันธุ์ไก่ไข่เป็นการค้าสมัยนี้ ต้องถือความต้องการของตลาดเป็นหลักสำคัญ เช่น บางแห่งนิยมไข่เปลือกขาว บางแห่งก็นิยมไข่เปลือกสีนํ้าตาล จึงมีวิธีการและเทคนิคเฉพาะเกิดขึ้น แบ่งเป็นสายพันธุ์ไข่เปลือกขาวและสายพันธุ์ไข่เปลือกสีนํ้าตาล แต่ละพวกนี้ต่างก็ดำเนินการสร้างสายพันธุ์ของตนขึ้นมาตามแหล่งพันธุ์เดิมหรือสร้างสายพันธุ์ลูกผสม ขึ้นใหม่ อาทิเช่น.

ก. สายพันธุ์ไข่เปลือกขาว

1.  คัดเลือกภายในสายพันธุ์เดียวด้วยพันธุ์เล็กฮอร์นขาว คัดเลือกผสมพันธุ์แบบปิดฝูง กล่าวคือ ไม่นำเลือดภายนอกฝูงเข้ามา แต่จะคัดจากไก่ที่ไข่ครบปีที่มีความดีเด่นในลักษณะ ต่าง ๆ เช่น

นํ้าหนักตัว   นํ้าหนักไข่

การเจริญเติบโต    การไข่ปีแรก

การเลี้ยงรอดของไก่เล็ก  ลักษณะเปลือกไข่

คุณภาพของไก่สาว         คุณภาพภายในไข่

อายุเริ่มไข่    การเลี้ยงรอดถึงโตเต็มที่

2. คัดเลือกผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ที่ต้องการ เพื่อผลิตเป็นลูกไก่สายพันธุ์ไข่

3.  ผสมระหว่าง 2 สายเลือด อาศัยเหตุผลว่าการผสมข้ามสายเลือดจะช่วยให้เกิด เฮทเตอโรซิส คือ ได้ลูกผสมชั่วแรกที่แข็งแรง โตเร็ว ให้ผลผลิตดี จึงแยกสร้างเป็นสายเลือด พ่อกับสายเลือดแม่ให้มีความดีเด่นต่างกัน แล้วจึงเอามาผสมเอาลูกเป็นการค้า อาทิเช่น คัดเลือกลักษณะดีเด่นใหญ่ ๆ ของแต่ละฝ่ายดังนี้

สายเลือดพ่อ                             สายเลือดแม่

แข็งแรง เลี้ยงรอดสูง                 ไข่ดก

ร่างกายใหญ่โต                         เปลือกไข่ดี

ขนาดไข่ดี                                คุณภาพภายในไข่ดี

เมื่อผสมได้ลูกแล้ว ลูกตัวเมียจะต้องมีคุณภาพดังนี้ เลี้ยงรอดสูง ตัวค่อนข้างโต ขนาดไข่ดี ไข่ดก เปลือกไข่ดี คุณภาพภายในไข่ดี

4.  ผสมระหว่าง 3 สายเลือด เป็นการเพิ่มความดีของอีกหนึ่งสายเลือดเข้าไปในลูกผสม 2 สายเลือดในข้อ 3

5.  ผสม 4 สายเลือด ทำนองการคัดเลือกสร้างพันธุ์ข้าวโพดดังกล่าวแล้ว คือ รักษา 4 สายเลือดแยกกัน แล้วผสมทีละคู่ เอาลูกผสมจากคู่ที่ดีมาผสมเอาลูกไก่ขาย

6.  ผสมระหว่างสายเลือดชิดที่แยกคัดเลือกผสมพันธุ์มาเป็นอย่างดีแล้วหลายหลายชั่ว ต่อมาจึงผสมระหว่างสายเลือดชิดที่ดีผลิตลูกไก่เป็นการค้าต่อไป

มีศัพท์ที่นิยมใช้ในระหว่างนักผสมพันธุ์สัตว์ ขอใช้ในที่นี้ว่าได้ผลดีเลิศหรือ nick การที่จะให้ปรากฏผลเช่นนี้ มิใช่ว่าจะเอาสายเลือดใดพันธุ์หรือสายพันธุ์ใดผสมกันก็จะได้ผลดังกล่าวจะต้องผสมดูหลาย ๆ คู่ที่ดีกันคนละแง่ แล้วดูผลว่าคู่ใดที่จะได้ลูกผสมที่มีลักษณะที่ต้องการ ดีกว่าคู่อื่น หรือได้ผลดีที่สุด

ข. สายพันธุ์ไข่เปลือกสีนํ้าตาล

ไก่ประเภทนี้ลำตัวโตกว่าพวกไข่เปลือกขาวราว  30-50% ให้ไข่ขนาดโตกว่า แต่ถ้าเทียบทุนค่าอาหารต่อฟองก็สูงกว่าด้วย แต่การไข่ดกนั้น พอ ๆ กัน หลักการคัดเลือกโดยที่ไข่อันดับแรกก็จะต้องแยกคัดเลือกให้ได้แต่ละสายพันธุ์ที่ไข่ดก  จากไก่ที่เปลือกไข่สีนํ้าตาล เช่น โรด บาร์ งานขั้นถัดไปก็มักจะเลือกผสมให้คัดเพศได้จากการดูขนลูกไก่วันแรก อาทิเช่น สายเลือดพ่อเป็นโรด สายเลือดแม่เป็นบาร์ ลูกผสมตัวผู้ตัวดำหัว  มีจุดขาวชัด ลูกตัวเมียตัวดำไม่มีจุดขาวชัดบนหัว

อีกตัวอย่างหนึ่ง ต้องการให้ได้ลูกตัวเมียสีทอง ตัวผู้สีขาว ก็อาจใช้สายเลือดพ่อเป็นโรด  สายเลือดแม่เป็นพวกขนสีเงินหรือขาว

สมัยหลัง ๆ นี้มีผู้เพียรสร้างพันธุ์ไก่ขนาดย่อม (mini bird) ตัวโตกว่าไก่แจ้แต่เล็กกว่า ไก่ธรรมดาราว 5-10% เมื่ออายุ 8 อาทิตย์หรือ 15-25%เมื่ออายุ 6-7 เดือน กินอาหารน้อยกว่า ไข่เล็กกว่าราว 10% อีกพันธุ์หนึ่งเป็นไก่แคระสายพันธุ์ไก่เนื้อ อ้างว่าไข่ดี กินน้อย ให้ลูก อย่างไรก็ดี พันธุ์เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมกันทางอาชีพขนาดใหญ่

งานศึกษาทดลองต่าง ๆ เป็นงานที่สถาบันต่าง ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะเว้นเสียไม่ได้ เพราะลำพังกสิกรจะทำการทดลองเองนั้นย่อมสิ้นเปลืองทั้งทุนและเวลา งานทดลองเหล่านี้จึงควรเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยและสถานีทดลองต่าง ๆ เมื่อทดลองเสร็จจึงพิมพ์ลงเอกสารเผยแพร่แก่ผู้สนใจต่อไป

ตัวอย่างเก่า ๆ จากบางรายงานทางเอกสารของสถาบัน มหาวิทยาลัย และของกระทรวง  เกษตรสหรัฐอเมริกา ได้เสนอผลการค้นคว้าทดลองไว้ในรูปการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ อาจ  สรุปเป็นเรื่องสั้น ๆ ดังนี้

1.  ฝูงไก่ที่มีอัตราตายสูงในระยะแรกๆ ก็ย่อมมีอัตราตายสูงในระยะไก่ไข่ด้วย

2.  ในการเลี้ยงไก่ตั้งแต่อายุน้อยจนเป็นไก่ใหญ่ ปรากฏว่าไก่ที่ไข่ดีมักมีอัตราตายน้อยที่สุด

3.  ในอายุไข่ปีแรก ไก่ที่ไข่เร็วย่อมไข่ได้มากฟองกว่าไก่ที่ไข่ล่ากว่า

4.  ฝูงไก่ที่เปอร์เซ็นต์การไข่ของฝูงดีย่อมเป็นฝูงที่ไข่ดก

5.  ฝูงไก่ที่หยุดไข่ก่อนย่อมให้ไข่น้อยกว่าที่หยุดทีหลัง

6.  ไก่อายุน้อย ไข่มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นนํ้าหนักตัวดีกว่าไก่อายุมาก

7.  การผสมข้ามพันธุ์ย่อมได้เปอร์เซ็นต์ไข่ฟักมีเชื้อสูงกว่า

8.  ฯลฯ.