การเลี้ยงจระเข้

การเลี้ยงจระเข้
จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานโบราณที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเมื่อหลาย ร้อยล้านปีมาแล้ว โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงร่างน้อยมาก ลักษณะพิเศษ ของจระเข้ก็คือการลอยตัวอย่างเชื่องช้าคล้ายท่อนไม้ โผล่เฉพาะส่วนเนื้อ ขรุขระตรงบริเวณจมูกที่เรียกว่า “ก้อนขี้หมา” ขึ้นมาเหนือผิวนํ้า ลักษณะทั่วไปแลดูคล้ายกับว่าจระเข้เป็นสัตว์เชื่องช้า แต่ช่วงที่จับเหยื่อจะมีนิสัยตรงกันข้าม กล่าวคือจะปราดเปรียว ว่องไว เมื่อคาบเหยื่อได้ก็จะดำดิ่งหายไปในนํ้าทันที แม้ว่าจระเข้จะเป็นสัตว์ดุร้าย แต่ก็เป็นสัตว์ที่ต้องการของมนุษย์มาก หนังจระเข้เป็นสินค้าราคาแพง เนื้อจระเข้เป็นอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อในต่างประเทศหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว่าเนื้อจระเข้เป็นยาสมุนไพร บำรุงกำลังและรักษาโรคบางอย่างได้ ฟาร์มจระเข้หลายแห่งที่เลี้ยงจระเข้ขายสามารถทำรายได้เป็นอย่างดี ฟาร์มจระเข้ที่สมุทรปราการสามารถฝึกจระเข้ให้เชื่องแสดงละครเรียกคนดูให้สนใจและให้รางวัลแก่จระเข้ จนทำรายได้และทำชื่อเสียงไปทั่วโลก

ชนิดและสายพันธุ์ต่างๆ ของจระเข้
จระเข้ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกนี้มีหลายสกุลหลายชนิด    สกุลแรกคือ
Crocodylus มี 11 ชนิด ตัวอย่างได้แก่ จระเข้แม่นํ้าไนล์ (Crocodylus niloticus ) จระเข้ปากยาวอัฟริกา( C. cataphractus ) จระเข้อินเดีย( C . palustris ) จระเข้นํ้าจืดหรือจระเข้ไทย( C. siamensis) จระเข้นํ้าเค็มหรือไอ้เคี่ยม ( C. porosus) จระเข้สกุลอื่นได้ แก่ จระเข้แคระอัฟริกา (Osteolaemus terraspis) ตะโขงหรือจระเข้ปากกระทุงเหว (False gavial, Tomistoma schlegelii) นอกจากนี้ยังมีพวก จระเข้ปากสั้นหรือ alligator อีกหลายชนิด

จระเข้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมีหลายชนิด ได้แก่ จระเข้นํ้าจืด จระเข้นํ้า เค็ม และตะโขง จระเข้นํ้าจืดมีปากทู่กว้างและสั้นกว่าจระเข้นํ้าเค็ม ลำตัวมีสีนํ้าตาลอมดำและเหลือง ท้องและปากมีสีครีมอมเหลือง เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 3.50 เมตร อาหารของจระเข้ได้แก่ ปลาและสัตว์เล็กๆ จระเข้นํ้าจืดอาจทำร้ายคนบ้างเมื่อจำเป็นแต่ไม่ดุร้ายเท่าจระเข้นํ้าเค็ม หนังจระเข้ชนิดนี้มีราคาสูงเมื่อเทียบกับชนิดอื่น เพราะมีสีสรรและลวดลายเด่นชัด

จระเข้นํ้าเค็มหรือไอ้เคี่ยม มีแหล่งอาศัยชุกชุมมากทางภาคใต้ บริเวณป่า ละเมาะ ป่าโกงกางและตามชายนํ้าใกล้กับปากแม่นํ้าบริเวณแหล่งนํ้ากร่อย ตั้งแต่ชุมพรลงไปจนถึงสุราษฎร์ธานี ในต่างประเทศก็พบบ้างแถบใกล้เคียงประเทศไทย และออสเตรเลย เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 5.5 เมตร เคยมีรายงานว่าพบจระเข้ชนิดนี้ยาว 7-9 เมตร จระเข้นํ้าเค็มจะออกล่าเหยื่อตามบริเวณปากแม่นํ้าและในทะเล ถ้าบังเอิญพบมนุษย์เข้าก็จะล่าเป็นอาหาร เมื่อได้กินคนสักครั้งหนึ่งจะติดใจมุ่งแต่ล่ามนุษย์เป็นอาหารมากขึ้น ดังที่เคยเป็นข่าวของจระเข้ดุร้ายตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า “ไอ้ด่างบางมด” คลองบางมด จังหวัดชุมพร ที่เคยออกอาละวาดล่าผู้คนจนเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้ว ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้

ปัจจุบันกฎหมายไทยได้กำหนดให้ตะโขง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา นอกจากนี้สหพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้กำหนดให้จระเข้นํ้าจืด จระเข้นํ้าเค็ม และตะโขง จัดอยู่ในสัตว์ป่าจำพวกที่กำลังจะสูญพันธุ์ตั้งแต่ พ.ศ.2528 เป็นต้นมา

ธรรมชาติของจระเข้
จระเข้เป็นสัตว์กลุ่มแรกที่มีหัวใจ 4 ห้อง หลายคนคิดว่าจระเข้ไม่มีลิ้น แต่ ความจริงแล้วจระเข้มีลิ้นที่หนาและติดอยู่กับขากรรไกรล่าง สามารถขยับให้สูงตํ่าได้อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้นํ้าไหลเข้าสู่ลำคอขณะอ้าปาก จระเข้ชอบนอนผึ่งแดด อ้าปากกว้างคล้ายกับหุ่นปั้น เพื่อระเหยความร้อนออกทางเยื่อบุปาก บางครั้งจะพบเห็นมีนกชนิดหนึ่งมาจิกกินปลิงและทากที่เกาะดูดเลือดตามผิวหนัง

จระเข้ที่แข็งแรงพอจะทำร้ายมนุษย์ได้นั้นมักมีอายุตั้งแต่ 4-5 ปีขึ้นไป มัก เป็นจระเข้นํ้ากร่อย แหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้จะมีจ่าฝูงซึ่งทุกตัวยอมรับ ถ้าตัวใดขัดขืน จะมีการต่อสู้กันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ จ่าฝูงมักเป็นจระเข้ตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงที่สุด ชอบอยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง ชอบว่ายนํ้าออกกำลังจนบางครั้งมีตะไคร่นํ้าขึ้นเต็มตัว ในฤดูผสมพันธุ์จะมีตัวเมียมารุมล้อมราว 4-5 ตัว

ความรู้สึกพิเศษของจระเข้
ชาวบานมักพูดเสมอว่า จระเข้ที่มีอายุมากๆ จะมีสัมผัสพิเศษ ไวต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสภาพดินฟ้าอากาศล่วงหน้า เช่น เมื่อจะเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟใกล้ระเบิด ฝนจะตก หรือจะเหตุร้ายทางธรรมชาติต่างๆ มันจะส่งเสียงร้องรับกันต่อไปเป็นการเตือนกันเอง

การผสมพันธุ์และวางไข่
ปกติจระเข้จะผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตัวผู้จะ ครางและส่งเสียงร้องได้ยินไปไกลเพื่อเป็นสัญญาณเรียกตัวเมีย เมื่อจับคู่กันจะคลอเคลียกันอยู่หลายวัน เมื่อผสมพันธุ์แล้วตัวเมียจะแยกไปหากินบริเวณทำเลที่คิดว่าจะวางไข่ (ซึ่งมักอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเมษายน) ก่อนวางไข่ 2-3 วันแม่จระเข้จะใช้หางกวาดเอาใบหญ้าใบไม้มาสร้างรังบนบริเวณที่นํ้าไม่ท่วมและคิดว่าปลอดภัย จากนั้นแม่จระเข้จะขึ้นไปนอนทับบนกองหญ้าให้เกิดความร้อนและอบอุ่นพอประมาณจึงขุดรูลึกประมาณ 10 นิ้ว กว้าง 12 นิ้ว แล้วค่อยหยอดไข่ลงไปในหลุม ปริมาณไข่หลุมหนึ่ง ประมาณ 20-60 ฟอง จากนั้นก็กลบให้แน่น แล้วลงน้ำว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูแลไข่ บางครั้งจะเอาหางสาดนํ้าไปยังกองไข่ให้เปียกชุ่มและทำให้ใบไม้เน่าผุเกิดความร้อน แม่จระเข้จะคอยเฝ้าไข่ราวๆ 50-60 วัน ไม่ยอมออกไปหาอาหารไกลๆ โดยไม่จำเป็น เมื่อไข่ฟักเป็นตัว ตัวแรกที่ออกจากไข่จะส่งเสียงร้อง ตัวอื่นจะร้องตามต่อๆ กันมา ลูกจระเข้จะฟักออกจากไข่ด้วยตุ่มที่งอกอยู่เหนือจมูก แม่จระเข้จะคลานขึ้นมาตรวจดูไข่ ที่ยังไม่ฟักออกจากไข่ ถ้าลูกตัวใดออกไม่ได้ แม่จระเข้จะช่วยขบเปลือกไข่ให้แตกช่วยลูกออกมา เมื่อลูกหิวแม่จระเข้จะคาบลูกทีละตัวไปยังแอ่งนํ้าที่ขุดเตรียมไว้ให้กินลูกกบ ลูกเขยด เมื่อครบ 2 เดือนจึงปล่อยให้ลูกกินอาหารเองแต่ลูกๆ ยังคงว่ายวนเวียนติดตามแม่ไปเรื่อยๆ จนอายุได้ 1 ปี จึงจะแยกย้ายออกหากินด้วยตัวเอง

บ่อเพาะเลี้ยงจระเข้
บ่อเลี้ยงจระเข้ควรอยู่ใกล้แหล่งนํ้า สร้างอย่างแข็งแรงมักเป็นบ่อผนัง คอนกรีตสูงจากพื้น 1.5-2 เมตร กว้าง 4-5 เมตร ยาวประมาร 8-10 เมตร ผนังกำแพงกั้นบ่อควรมีช่องระบายอากาศให้ระบายได้ทั่วถึงเป็นระยะๆ ตรงกลางบ่อควรเป็นสระนํ้าลึกลงไป รอบขอบบ่ออาจสร้างเป็นพื้นปูน พื้นดิน หรือพื้นกระดานให้จระเข้ ปีนขึ้นมานอนอาบแดด ด้านหลังบ่อควรสร้างต่อออกไปให้มีความยาว 4-5 เมตร กั้นเป็นช่องๆ พอสำหรับให้แม่จระเข้ปีนขึ้นไปวางไข่ ควรปลูกต้นไม้ให้แลดูคล้ายธรรมชาติมากที่สุด ตรงช่องทางเข้าที่วางไข่ควรทำประตูปิดเปิด สำหรับปิดเมื่อแม่จระเข้เข้ามา วางไข่ไม่ให้ตัวอื่นเข้าไปรังแกหรือรบกวน เมื่อต้องการจะเอาไข่ไปฟักในโรงเพาะฟักก็สามารถไล่แม่จระเข้ออกไปแล้วปิดกั้นประตูเพื่อความปลอดภัยเวลาลงไปเก็บไข่ไปฟัก

การฟักไข่จระเข้
ถ้าปล่อยให้แม่จระเข้ฟักไข่เองตามธรรมชาติจะมีปัญหาในการนำลูกจระเข้มาอนุบาล เพราะแม่จระเข้จะดุร้ายและหวงลูกมาก ดังนั้นควรนำไข่จระเข้มาฟักในถังฟักไข่ที่ดัดแปลงทำมาจากถังส้วมที่มีขายทั่วไป โดยเอาดินใส่ในหม้อดินหรืออ่างดินเผา ที่บุด้วยกระดาษตัดเป็นฝอยบุโดยรอบ ใส่ไข่จระเข้ที่จะฟักและปิดทับด้วยกระดาษฝอยอีกที แล้วนำอ่างดินที่บรรจุไข่มาฝังลงในถังฟักไข่อีกทีหนึ่ง ปิดเครื่องฟักไข่นี้ด้วยฝาสังกะสีที่มีช่องระบายอากาศด้านบน อาจใช้ตู้ฟักไข่ไก่หรือไข่เป็ดที่ทำขายในท้องตลาด แต่ต้องปล่อยให้นํ้าไหลหยดเข้าตลอดเวลา ส่วนล่างของตู้ฟักจะมีถาดรองรับนํ้าหยด บรรจุดินร่วนปนทรายวางไข่ในแนวนอนห้ามกลับไข่ ระยะการฟักไข่กินเวลาประมาณ 60-80 วัน เมื่อลูกจระเข้ออกจากไข่แล้วควรจับลูกจระเข้มาอาบนํ้าทำความสะอาด แล้วจึงค่อยนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลต่อไป

บ่ออนุบาลจระเข้
บ่ออนุบาลมีขนาด 50×60 ตารางเซนติเมตร ภายในบ่อมีนํ้าหล่ออยู่ทั้ง 2 ด้าน ระดับน้ำลึกประมาณ 6 เซนติเมตร ตรงกลางบ่อโบกเป็นลานซีเมนต์ ให้ลูกจระเข้ขึ้นมานอนเล่น ลูกจระเข้ช่วงแรกนี้อัตราตายสูงมากประมาณ 20-30 เปอร์เซนต์ อาหารในช่วง 1-2 เดือนแรกนี้ได้แก่ ลูกปลา ลูกกบ ลูกเขียด หรือจะใช้ปลาทู ปลานิล โดยแล่เอาเนื้อแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือใช้กุ้งแกะเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ป้อนให้กินโดยใช้ปากคีบหย่อนลงไปในคอหอยให้ลูกจระเข้กลืนลงไปเองจนกว่าลูกจระเข้จะแข็งแรงและกินอาหารได้เอง

เมื่อลูกจระเข้อายุได้ 2 เดือนก็นำไปเลี้ยงในบ่อที่ใหญ่ขึ้น ประมาณ 1×1 เมตร และระดับนํ้าลึกขึ้นอีกประมาณ 10 เซนติเมตร สูงประมาณ 1 เมตร ตรงกลางเป็นบ่อลาดซีเมนต์ เมื่อจระเข้อายุได้ 6 เดือนขึ้นไปก็ย้ายไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงจระเข้ปกติทั่วไป บางฟาร์มจะแยกขนาดจระเข้เมื่อตัวโตขึ้นเป็นจระเข้หนุ่มสาว โดยสร้างบ่อเลี้ยงขนาดใหญ่ขนาดตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป และเลี้ยงจระเข้รวมกันเป็นฝูง จระเข้เมื่อมีอายุ 2 ปีขึ้น ไปจะให้อาหารพวกซี่โครงไก่ หมูมัน หรือหมูตาย 5-10 วันต่อครั้งเพราะจระเข้ใช้พลังงานน้อยจึงไม่กินอาหารบ่อยเหมือนสัตว์น้ำอื่นๆ

การจับจระเข้
จระเข้เมื่ออายุ 2-3 ปีขึ้นไปก็สามารถนำมาชำแหละเอาเนื้อหนังมาทำยา และเครื่องหนังได้ โดยการทำให้สลบเสียก่อนแล้วใช้ห่วงคล้องคอจนแน่นแล้วลากออกจากบ่อเลี้ยง จระเข้พ่อแม่พันธุ์จะมีอายุตั้งแต่ 10-12 ปีขึ้นไป สำหรับตะโขงนั้นยังไม่มีฟาร์มใดสามารถเพาะและขยายพันธุ์อย่างได้ผลแน่นอน

ที่มา:สุภาพร  สุกสีเหลือง