หลักเกณฑ์คัดเลือกพันธุ์ไก่

การดูแลรักษาพันธุ์ไก่

การดูแลรักษาพันธุ์ไก่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเราผสมพันธุ์ไก่ไว้ใช้ซํ้าชาก สายเลือดเดิมนานหลาย ๆ ชั่วก็จะทำให้สายเลือดชิดเกิดขึ้น ผลจากการผสมสายเลือดชิด นานปีมักไม่เกิดผลดี และยังมีผลเสียตามมาอีก ลักษณะที่ไม่ดีต่าง ๆ มันก็จะค่อย ๆ แสดงออก ฉะนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการคัดเลือกพันธุ์ที่ดีเก็บไว้สำหรับที่จะผสมพันธุ์ชั่วต่อไป เพื่อประโยชน์จากการได้ลูกที่ดี การให้ไข่ที่ดี การให้เนื้อที่ดี ตลอดจนการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนอาหารที่ดี

ลักษณะต่าง ๆ ในตัวไก่ มีทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยมากย่อมถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ การที่จะให้ได้ไก่ที่มีลักษณะความสามารถดี จำเป็นต้องใช้วิธีคัดเลือกพันธุ์

วิธีคัดเลือกพันธุ์ไก่มีหลายวิธีหลักเกณฑ์ใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้ :—

1.  การคัดเลือกจากความสามารถของตัวไก่เอง

2.  คัดเลือกโดยอาศัยพันธุ์ประวัติ

3.  การคัดเลือกโดยอาศัยสถิติของเครือญาติ

4.  การคัดเลือกโดยพิสูจน์จากความสามารถของลูกของมัน

ความจริงไก่พันธุ์แท้ต่าง ๆ ได้มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 หรือระหว่าง พ.ศ. 2403- 2453 สมัยแรก ๆ นั้น นักผสมพันธุ์ไก่พยายามคัดเลือกผสมพันธุ์ให้เป็นพันธุ์ใหม่ต่าง ๆ มาประกวดประขันกันในแง่สวยงามน่าดู หลัง พ.ศ. 2453 และต่อ ๆ มาจึงเริ่มสนใจในแง่ของประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการคัดเลือกผสมพันธุ์ให้ไข่ดก ให้มีเนื้อมาก เป็นเป้าหมายสำคัญ ประจวบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของการผสมพันธุ์สัตว์ก้าวหน้าขึ้น ช่วยให้การผสมคัดเลือกพันธุ์ได้ผลดียิ่งขึ้น

การคัดเลือกไก่ในสมัยกลางเริ่มรู้ความจริงว่าไม่ใช่ของแน่นอนเสมอไป ว่าพ่อแม่พันธุ์ดีจะให้ลูกดีเสมอไป บางลักษณะนั้นอาจพิจารณาได้ด้วยตาเปล่า เช่น ขนาด รูปทรง สีขน แต่ลักษณะบางอย่าง เช่น ความแข็งแรง เลี้ยงรอดได้มาก การไข่ การฟักออกจากไข่ เหล่านื้ดูไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะต้องใช้วิธีดูจากสถิติความสามารถของพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกหลานของมันในลักษณะนั้นๆ

1.  การคัดเลือกจากความสามารถของตัวไก่เอง เป็นวิธีเลือกพันธุ์สัตว์ขั้นต้น แม้เป็นวิธีเก่าแก่ดั้งเดิมแต่ก็ยังเป็นหลักสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าสัตว์ดีย่อมให้ลูกหลานดี วิธีนี้เหมาะสำหรับบางลักษณะที่แสดงออกทั้งสองเพศ เช่น การเติบโต รูปทรงสัณฐาน ฯลฯ แต่ไม่เหมาะสำหรับบางลักษณะที่แสดงออกทางเพศเดียว เช่น การไข่ ความยาวของตับไข่ รูปทรงของฟองไข่ ฯลฯ

หลักการคัดเลือกจากความสามารถของตัวไก่เอง อาศัยการพิจารณาจากหัวข้อต่าง ๆ ต่อไปนี้.—

1)  ความแข็งแรงหรือพลภาพของไก’

2)  พันธุและลักษณะประจำพันธุ

3)  ลักษณะที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ความแข็งแรงหรือพลภาพของไก่ ไก่ที่มีความแข็งแรง มีพลภาพดี มีร่างกายยาวใหญ่ ลึก หน้าตาสดใส ท่าทางคึกคักกระฉับกระเฉงทุกอิริยาบถ ความสมบูรณ์ของไก่แสดงออกทางหงอน ๆ มีสีแดงหนาใหญ่ เหนียงเรียบร้อยสมํ่าเสมอกัน ตาเป็นแวว ใส นูนเด่น ขนเป็นมัน เนียนตัว ไก่ที่อ่อนแอไม่สมบูรณ์จะมีหงอนซีด หด เหี่ยวย่น ตาซึมไม่มีแวว ขนหยาบแห้ง ท่าทางจ๋อง ๆ หรือเป็นลูกไล่อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งไก่ที่มีลักษณะผิดปกติต่าง ๆ

การตรวจดูพลภาพของไก่รายตัวควรทำในเวลากลางคืน หรือเวลาที่แสงสว่างน้อย เช่น เวลาหัวคํ่าขณะที่ไก่ขึ้นคอนหมดแล้ว ในต่างประเทศเขาทำในเวลากลางคืนและจุดหลอดไฟสีนํ้าเงินช่วยให้เห็นทางได้ ในแสงทึบหรือมืดนั้น ไก่ไม่เปรียวและไม่ค่อยตื่นเต้น จับต้องได้ง่าย เวลาตรวจดูคัดไก่ควรจับไก่ให้ถูกวิธีเพื่อไก่จะได้ไม่บอบชํ้าหรือตื่นตกใจ มิฉะนั้นถ้าเป็นไก่ ที่กำลังไข่อาจไข่ลดหรือไข่แตกในท้องถึงตายได้

วิธีจับไก่ที่ถูก โดยเพียงแต่สอดฝ่ามือซ้ายเข้าใต้หน้าอกไก่ทางด้านหน้า ให้นิ้วชี้หรือ 3 นี้วกลางอยู่ระหว่างขาไก่ นิ้วที่เหลือให้อยู่ด้านนอกของขาไก่ในลักษณะหนีบเบา ๆ และพร้อมจะหนีบให้มั่นถ้าไก่ดิ้น ใช้อีกมือหนึ่งสำหรับคลี่ปีก และคลำตรวจดูหน้าอก หน้าท้อง ช่องกระดูกเชิงกราน ฯลฯ ถ้าไก่ดิ้นระหว่างอยู่ในมือก็เพียงใช้มือข้างที่ว่างอยู่นั้น แตะหลังไก่เบา ๆ อาจลูบย้อนขนตรวจดูเหาไรตามโคนและผิวหนัง ความรู้สึกทางมือที่สอดอยู่ใต้อกของไก่พอจะบอกได้คร่าว ๆ ว่าไก่นั้นตัวผอมหรือสมบูรณ์ดีจากนํ้าหนักที่รู้สึกด้วยมือ หน้าอกไก่ที่กว้างใหญ่แสดงถึงความสมบูรณ์ ไขมันหน้าท้องมาก เวลาลูบคลำก็จะรู้สึกอ่อนนิ่ม หนาพอดู หน้าอกไก่ที่พาดอยู่บนอุ้งมือ เราอาศัยความรู้สึกของฝ่ามือก็พอจะรู้ลักษณะของกระดูกอกนี้ว่ากระดูกอกคดหรือสั้นเกินไปควรหรือไม่ควรเลือกไว้ทำพันธุ์

ถ้าไม่อาจคัดเลือกไก่ในเวลากลางคืนได้ หากจะทำในเวลากลางวันก็ควรจะมีอุปกรณ์ช่วยจับเพื่อมิให้ไก่บอบช้ำและสะดวกในการตรวจดูไก่เป็นรายตัว เช่น ตะขอลวด หรือสวิง เครื่องชั่งไก่ แผงต้อนไก่เข้ามุมคอก และกรงขังไก่ชั่วคราว

ก่อนที่เจ้าของจะตรวจคัดเลือกไก่เป็นรายตัวได้ดี การจับไก่ให้ถูกวิธีก็มีความสำคัญอยู่มาก ควรจับไก่โดยมิให้ไก่บอบช้ำ และใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับงาน (ภาพ 9.3) หรือวิธีการที่ ทำได้สะดวก เช่น ภาพ 9.4

ความสมบูรณ์ของไก่นี้มีผลเกี่ยวโยงไปถึงการไข่ การเติบโต การผลัดขน ฯลฯ ไก่ที่ไข่ดีและไข่มาเป็นเวลานานแล้ว จะมีขนกะรุ่งกะริ่ง หักเยิน ค่อนข้างสกปรก มีช่วงกะโหลกศีรษะกว้าง หลังแบนกว้าง ช่วงกระดูกเชิงกรานและระยะระหว่างปลายกระดูกอกกับกระดูกเชิงกรานนั้นกว้าง ปากทวารหนักขยายใหญ่เห็นเป็นรอยพับยาว ชุ่ม ซีดหรือเขียวคลํ้า

2.  พันธุ์และลักษณะประจำพันธุ์ สมัยก่อนนิยมกันว่าไก่พันธุ์แท้ควรมีลักษณะตามอุดมทัศนีย์ของพันธุ์ ผู้ซื้อไก่พันธุ์ย่อมต้องการไก่ที่มีลักษณะตามพันธุ์หรือตรงตามความมุ่งหมายที่ตนจะเลี้ยง เมื่อพูดถึงไก่พันธุ์แท้ก็จะต้องมีลักษณะตามอุดมทัศนีย์ของไก่พันธุ์นั้น ๆ สมัยนี้ รู้กันทั่ว ๆ ไปแล้วว่าลักษณะประจำพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่เห็นได้ภายนอก ไม่มีความสำคัญต่อการไข่ดกหรือลักษณะอื่น ๆ ที่มีค่าทางเศรษฐกิจปัจจุบัน ลักษณะต่าง ๆ ของไก่ที่มีค่าทางเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากยีน (หรือตัวลักษณะพันธุกรรม) จำนวนมากคู่มารวมกันแสดงลักษณะนั้น ๆ ตามสภาพของสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมดีอยู่แล้ว ลักษณะพันธุกรรมที่แสดงออกก็ง่ายขึ้น เช่น ไก่จากสายเลือดไข่ดกหรือสายเลือดโตเร็ว ถ้าอาหารดี การเลี้ยงดูดี ดินฟ้าอากาศดี ก็ย่อมเป็นผลให้การไข่หรือเติบโตดีขึ้นหรือ บางทีก็ยังมีความแข็งแรงทนทานโรคขึ้น

นักผสมพันธุ์ไก่สมัยใหม่จึงพยายามศึกษาและวิเคราะห์ผลการผสมพันธุ์ว่า ลักษณะที่กำลังศึกษาอยู่นั้นมีกี่ส่วนที่เนื่องจากอิทธิพลของพันธุกรรม และมีกี่ส่วนที่เนื่องจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดังนี้เมื่อรู้ได้ว่าอะไรเนื่องมาจากอะไรก็จะมีหลักเกณฑ์เปรียบเทียบได้ว่าตัวไหนหรือสายเลือดไหนที่ได้รับถ่ายทอดพันธุกรรมสูงกว่ากัน และควรจะคัดเลือกผสมพันธุ์ โดยวิธีใดจึงจะได้ผลเร็วขึ้น

ความรู้เรื่องยีนว่าเป็นพาหนะของพันธุกรรมของสิ่งที่มีชีวิตทั้งพืชและสัตว์นั้น เพิ่งพบและเริ่มเข้าใจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 และได้มีการศึกษาค้นคว้าต่อมาถึงที่อยู่ที่แน่นอนของยีนต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กันทั้งทางองค์ประกอบและหน้าที่ของมันจนเป็นที่รู้กันทั่วไปในสมัยนี้ว่า ยีน ก็คือหน่วยหรือกลุ่มของดีเอ็นเอซึ่งมีองค์ประกอบทางชีวเคมีเป็นโปรตีนในรูปของนิวคลิโอไทด์ มากมายเรียงตัวกันเป็นเส้นยาว เป็นหน่วยทำงาน (functional unit) ของการสืบทอดพันธุกรรม และเป็นหน่วยสมุหฐานของการแปรเปลี่ยนลักษณะพันธุกรรม (mutable unit) นักชีววิทยากับนักพันธุศาสตร์ยอมรับว่า การถ่ายทอดยีนจากพ่อแม่ถึงลูกหลานนั้น ต้องผ่านทางการสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นโอกาสที่เซลล์พันธุ์ทั้งสองฝ่ายมารวมตัวกันเป็นเซลล์ใหม่หนึ่งเซลล์แล้วเซลล์ใหม่นี้ค่อย ๆ ทวีเซลล์ของตัวเองเติบโตจนเป็นรูปร่างคล้ายพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ไม่ว่ามนุษย์ ไก่ หรือสัตว์ชั้นสูงต่าง ๆ ล้วนแต่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเซลล์พันธุ์ 2 เซลล์ เป็นเซลล์ใหม่ที่มีชีวิตใหม่ที่เริ่มแรกเซลล์เดียว เรียกว่า ไซโกท ต่อมาไซโกทแบ่งตัวทวีเซลล์จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 และต่อ ๆ ไปจนจำนวนมากมายเป็นล้าน ๆ เซลล์ ระยะต่อจากโซโกทเรียกว่า เอมบริโอ บางคนเรียกว่า คัพภะ เรียกง่าย ๆ ก็คือ ตัวอ่อนระยะแรก ๆ การแบ่งและทวีเซลล์จนเป็นตัวตน หรือร่างกายที่สมบูรณ์ของชีวิตใหม่มีรูปร่างและลักษณะต่าง ๆ เช่นเดียวกับของบรรพบุรุษ พืชและสัตว์ชั้นตํ่าที่มีเซลล์เดียว เช่น รา แบคทีเรีย ซึ่งต้องดูด้วยกล้องขยาย เพราะขนาดเล็กมาก พืชและสัตว์ชั้นตํ่าเหล่านี้ต่างก็มีการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมเช่นเดียวกับของพืชและสัตว์ชั้นสูง

เซลล์คืออะไร เซลล์ (ภาพ 9.9) คือ หน่วยองค์ประกอบของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ทั้งพืช และสัตว์ มีเซลล์รูปร่างต่าง ๆ ตามหน้าที่ องค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกันตามชนิดของสัตว์และพืช เซลล์ของสิ่งที่มีชีวิตนั้นมีส่วนสำคัญใหญ่ ๆ ประกอบด้วยเยื่อห่อหุ้มกับโปรโตปลาสซึ่ม ในโปรโตปลาสซึ่มประกอบด้วยไซโตรปลาสชึ่มกับนิวเคลียส โครโมโซมเป็นที่อยู่ หรือพาหะของยีนต่าง ๆ จะพบในนิวเคลียสของเซลล์ที่กำลังแบ่งตัวเท่านั้น ในระยะจะแบ่งเซลล์ภายในของเซลล์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในนิวเคลียสจนปรากฎเส้นโครโมโซมชัด เมื่อแบ่งเซลล์เสร็จจะปรากฏว่าส่วนต่าง ๆ ของเซลล์ แบ่งครึ่งกันไปอยู่ใน 2 เซลล์ใหม่แต่ละเซลล์ แล้วเส้นโครโมโซมก็จะค่อย ๆ ถูกดึงเข้ามาเก็บไว้ในนิวเคลียสต่อไป ไซโตปลาสซึ่มกับส่วนประกอบ ของไซโตปลาสซึ่มนั้นมีหน้าที่ทางเมตาโปลิสซึ่มของเซลล์ อาหารผ่านเข้าไปและถ่ายกากออกจากเซลล์ อาหารบางส่วนก็ถูกเปลี่ยนเป็นกำลังงาน และบางส่วนก็ถูกนำไปสร้างเป็นส่วนของโปรโตปลาสซึ่มของเชลล์ต่าง ๆ

เซลล์มี 2 ชนิด ชนิดแรก ได้แก่ เซลล์เนื้อของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เซลล์ของกล้ามเนื้อ กระดูก ขน ผม เหนียง ฯลฯ ซึ่งรวมเรียกว่าเซลล์เนื้อหรือเซลล์สังขาร ๆ มีการแบ่งทวีเซลล์อย่างตรงไปตรงมาจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4…. ฯลฯ และหยุดการเจริญเสื่อมสลายไปพร้อมกับชีวิตนั้น ๆ เซลล์อีกชนิดหนึ่ง คือ เซลล์พันธุ์ หรือบางท่านเรียกว่า เซลล์เพศ เซลล์พันธุ์เป็นเซลล์ที่สร้างจากภายในอวัยวะสืบพันธุ์ เฉพาะในส่วนที่ทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิของตัวผู้ คืออัณฑะ ที่ทำหน้าที่สร้างไข่ของตัวเมีย ได้แก่ รังไข่ เซลล์พันธุ์นำลักษณะพันธุกรรมสืบเนื่องกันทุกชั่วอายุอย่างไม่มีวันดับสูญ

การแบ่งเซลล์ของเซลล์เนื้อทั้งหลายเป็นการแบ่งครึ่งของส่วนต่าง ๆ ของเซลล์ โครโมโซมสร้างตัวเองโดยวิธีทบส่วน (self duplication) เป็น 2 โครมาติด แล้วแบ่งครึ่งกันออกไปอย่างธรรมดา แต่ในการแบ่งเซลล์ของเซลล์พันธุ์นั้น โครโมโซมจับคู่กันแล้วทบตัวครั้งเดียว ต่อมาเป็นการแบ่งเซลล์ 2 ครั้ง ครั้งแรกแบ่งแยกคู่ออกไป ครั้งหลังสุดจะเป็นไข่หรืออสุจิ ซึ่งมีจำนวนโครโมโซมอยู่เพียงครึ่งจำนวน เมื่อได้รับการผสมพันธุ์ เซลล์อสุจิมารวมกับไข่ โครโมโซมของไข่และอสุจิจากพ่อแม่พันธุ์ก็จะมารวมกันเป็นเซลล์เดียวของชีวิตใหม่ที่เรียกว่า ไซโกท ต่อมาไซโกทนี้แบ่งเซลล์โดยวิธีทบส่วนทวีจำนวนจนเป็นรูปร่างของเอมบริโอ ตอนที่โครโมโซมทบส่วนกันนั้น ยีนก็ทบส่วนลอกแบบ แบ่งออกไปเท่า ๆ และเหมือน ๆ กันเป็น 2 โครมาติด แต่ละโครมาติดจะมียีนเหมือนๆ กันตามคู่ของมัน

อสุจิและไข่ ตอนแรก ๆ ที่แบ่งตัวเสร็จใหม่ ๆ ยังผสมกันไม่ได้ อสุจิต้องเจริญต่อไปจนโตเต็มที่และมีหางยาวสำหรับแหวกว่ายได้ ไข่นั้นก็ต้องเจริญต่อไป ซึ่งหลังจากแบ่งเซลล์ 2 ครั้ง แทนที่จะเป็นไข่สมบูรณ์ทั้งสี่ส่วน มันจะเป็นไข่ที่สมบูรณ์ใช้ผสมพันธุ์ได้เพียงฟองเดียว อีก 3 ส่วนขอเรียกว่า ไข่ฝ่อ (polar bodies) เพราะไม่เจริญต่อไป

จำนวนโครโมโซมในสัตว์และพืชต่าง ๆ มีจำนวนแตกต่างกันตามชนิด ภายในชนิดเดียวกันย่อมมีเท่ากัน เช่น ของไก่มี 6 คู่ใหญ่กับอีก 33 คู่เล็ก ๆ (Newcomer, 1959) แต่ละซีกของคู่เหล่านี้ ซีกหนึ่งเป็นส่วนโครโมโซมที่บรรทุกยีนต่าง ๆ จากพ่อ อีกซีกหนึ่งเป็นของที่มาจากแม่ ใน 6 คู่นี้ มีอยู่คู่หนึ่งที่เรียกว่า โครโมโซมเพศ ถ้าเป็นไก่ตัวผู้จะมีครบทั้ง 2 ซีก ถ้าเป็นไก่ตัวเมียจะมีเพียงซีกเดียว ตามภาษาพันธุศาสตร์เขาเขียนว่า ZZ ก็เป็นตัวผู้ กับ ZW หรือ ZO ก็เป็นเพศเมีย สัญลักษณ์ w หรือ 0 เป็นความหมายว่า ไม่มี หรือว่างเปล่า โครโมโซมเพศนี้ มียีนอยู่บ้าง เหตุที่ลักษณะบางลักษณะไปปรากฏอยู่ทางเพศเดียว ที่เรียกว่าเป็นแซกซ์ลิงค์ ก็เพราะเรื่องของโครโมโซมเพศนี้เอง เช่น ผสมพ่อไก่ไวยันดอทขาว พลีมัทร็อคสีทอง หรือ โรดไอแลนแดง กับแม่ไก่บาร์ (สีลายดำขาว) ลูกที่ได้ตัวผู้จะเป็นสีบาร์ ตัวเมียสีไม่บาร์นั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบนโครโมโซมเพศทางแม่มียีนบาร์ซึ่งมีเพียงซีกเดียว ถ่ายไปยังลูกตัวผู้ ซึ่งจะต้องมีเซลล์เพศ 2 ซีก จากทั้งโครโมโซมเพศของพ่อและแม่มารวมกัน อนึ่ง สีบาร์เป็นพวกแสดงลักษณะแข็งกว่าสีพ่อโรดหรือพ่ออื่นซึ่งไม่บาร์ ส่วนลูกตัวเมียนั้นขาดโครโมโซมเพศจากแม่ คงมีแต่โครโมโซมเพศจากพ่อซีกเดียว และมียีนสีของพ่อพันธุ์ที่กล่าวมา ซึ่งเป็นลักษณะอ่อนต่อสีบาร์ ผลคือ ลูกที่แรกเกิดนั้นถ้าเป็นตัวผู้ขนอ่อนบนลำตัวสีดำมีจุดขาวที่ท้องปาก และแข้งเหลือง ส่วนลูกที่เป็นตัวเมียขนอ่อนสีดำหมดทั้งตัว ตลอดทั้งแข้งและปากก็สีดำ ลักษณะที่เป็นเซกซ์ลิ้งค์ที่นักผสมพันธุ์ไก่นำมาใช้ประโยชน์มีหลายอย่าง อาทิเช่น การงอกขนช้า การเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ฯลฯ

ลักษณะพันธุกรรมต่าง ๆ โดยมากเป็นลักษณะที่เนื่องจากผลของการรวมตัวของยีนหลายคู่ด้วยกัน มีน้อยอย่างหรือไม่กี่อย่างที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลหรือผลการรวมตัวของยีนเพียงคู่เดียว

โดยปกติ ยีนรวมเป็นคู่ ๆ บนโครโมโซมแต่ละคู่มี 2 ฝ่าย ฝ่ายลักษณะแข็งซึ่งจะข่มลักษณะอีกฝ่ายหนึ่งที่อ่อนกว่า ลักษณะพันธุกรรมบางแบบ ลักษณะของคู่หนึ่งก็มีอิทธิพลต่ออีกคู่หนึ่ง ตัวอย่างของลักษณะที่เกิดจากอิทธิพลของยีนหนึ่งคู่ เช่น ลักษณะของหงอนจักรในไก่บาร์ร็อคกับหงอนกุหลาบในไวยันดอท หงอนกุหลาบเป็นลักษณะแข็ง หงอนจักรเป็นลักษณะ อ่อน ถ้าผสมพันธุ์ระหว่างไก่ 2 อย่าง ลูกชั่วแรกจะมีหงอนกุหลาบหมด ถ้าเอาลูกเหล่านี้มาผสมกันอีกมาก ๆ ตัว ก็จะได้ลูกชั่วที่สองซึ่งมีหงอนกุหลาบ 3 ส่วน และหงอนจักร 1 ส่วน ถ้า พิสูจน์ทางยีนก็จะได้ลักษณะตามยีนเป็น 3 พวก คือ หงอนกุหลาบ 1 ส่วน หงอนจักร 1 ส่วน  อีก 2 ส่วนเป็นพวกลักษณะกึ่งกลางระหว่างหงอนกุหลาบกับหงอนจักร แต่เนื่องจากลักษณะหงอนกุหลาบมีอิทธิพลแสดงลักษณะแข็งกว่า จึงข่มไม่ให้ลักษณะหงอนจักรแสดงออกมาได้ ขอแสดงเป็นแผนผังผสมพันธุง่าย ๆ ดังนี้

สมมุติให้ อักษร ก ใหญ่ แทนยีนซึ่งแสดงลักษณะหงอนกุหลาบ = กก และให้ อักษร ก เล็ก แทนยีนซึ่งแสดงลักษณะหงอนจักร =กก

ตัวอย่างการผสมพันธุ์จากยีน 1 คู่

พ่อพันธุ์ X แม่พันธุ์

ยีนลักษณะหงอนบนโครโมโซมในเซลล์พันธุ์

ลักษณะหงอนของลูกชั่วที่หนึ่งเป็นหงอนกุหลาบทั้งหมด

เมื่อผสมระหว่างลูกชั่วที่หนึ่ง

ยีนลักษณะหงอนบนโครโมโซมในเซลล์พันธุ์

ลักษณะหงอนของลูกชั่วที่สอง

หงอนกุหลาบ 3 ส่วน หงอนจักร 1 ส่วน

ตัวอย่างการผสมพันธุ์จากยีน 2 คู่

ทีนี้ขอยกตัวอย่างลักษณะที่เนื่องจากอิทธิพลของยีน 2 คู่ ได้แก่ การผสมพันธุ์ระหว่าง ไก่หงอนกุหลาบกับไก่หงอนรูปเม็ดถั่ว เป็นตัวอย่างของยีนที่มีอิทธิพลต่อกัน (Modifying gene) ในการแสดงลักษณะของหงอนไก่ กำหนดให้ กก = ลักษณะหงอนกุหลาบ ถถ = ลักษณะ หงอนรูปถั่ว

พ่อหงอนกุหลาบ X แม่หงอนรูปถั่ว

ยีนลักษณะหงอนบนโครโมโซมในเซลล์พันธุ์

ลูกชั่วที่หนึ่งเป็นหงอนตูมหมด

ยีนลักษณะหงอนในเซลล์พันธุ์ลูกชั่วที่หนึ่ง…

เหตุที่เป็นหงอนตูมหมดในลูกชั่วที่หนึ่งนี้ ก็เพราะยีนของหงอนทั้งสองอย่างนี้มีอิทธิพลข่มซึ่งกันและกัน จึงแสดงออกเป็นหงอนตูม ทีนี้ถ้าเอาลูกชั่วที่หนึ่งที่ได้นี้ผสมกันต่อไปอีกก็จะได้ ลูกชั่วที่สอง ซึ่งแสดงผลของอัตราส่วนผสมของยีน 2 คู่นี้

จากตารางข้างล่าง อัตราส่วนของลูกชั่วที่สองมีดังนี้ 9/16 หงอนตูม 3/16 หงอน กุหลาบ 3/16หงอนถั่ว 1/16หงอนจักร ตัวอย่างที่สองที่กล่าวมานี้ยังเป็นเรื่องของการข่มกันระหว่างคู่ยีน (Modifying gene) ที่ควบคุมลักษณะส่วนใหญ่ของหงอน

เม็ดสีของเซลล์ที่ขุมขนและอิทธิพลของฮอร์โมนมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันกับสีขนไก่ เหตุที่ไก่เล็กฮอร์นมีขนสีขาวก็เพราะมียีนแข็งชนิดที่สามารถกันท่า (inhibitor gene) แสดงสี แต่เป็นลักษณะอ่อนจึงแสดงแต่สีขาว เมื่อเอาพวกสีขาวเหล่านี้ไปผสมกับพวกที่สีขาวลักษณะแข็ง ลูกที่ได้ก็จะขาวหมด ไก่ดำทั้งตัวเพราะมียีนแข็งที่จะแสดงสีดำและแสดงร่วมกับยีนที่ทำให้ สีแผ่ทั่วตัว ไก่เนื้อปัจจุบันนักผสมพันธุ์ได้คัดเลือกให้มีขนสีขาวโดยเอายีนแข็งที่กันท่ายีนสีอื่นจากไก่เล็กฮอร์นเข้าไว้ แล้วทำให้เป็นสายพันธุ์บริสุทธิ์ของพ่อพันธุ์

การนำลักษณะของยีนนี้ยังมีแบบต่าง ๆ กันหลายอย่าง นอกจากลักษณะแข็งข่มลักษณะ อ่อน หรือลักษณะที่ข่มกันแล้ว บางอย่างก็เกี่ยวกับโครโมโซมเพศ บางอย่างเกี่ยวแก่การเป็นผลให้เชื้อลูกไก่ตายในระยะต่าง ๆ กัน บางอย่างก็ทำให้อัตราส่วนของลักษณะปกติเปลี่ยนแปลงไปโดยการเบียดบังหรือเสริมการแสดงออกของลักษณะนั้น ๆ บางทีหรือมีน้อยมากเป็นลักษณะใหม่ที่อยู่ ๆ ก็บังเอิญเกิดขึ้น แล้วก็สืบลักษณะทางพันธุกรรมต่อไปได้ ที่เรียกว่า มิวเตชั่น บางคนเรียกว่าเป็นลักษณะผ่าเหล่า มิวเตชั่นเกิดขึ้นในสัตว์มีน้อย แต่ในพืชต่าง ๆ มีมาก

อย่างไรก็ดีเรื่องลักษณะอุดมทัศนีย์ของพันธุ์แท้สมัยนี้ก็เป็นเพียงเครื่องแสดงความสมํ่าเสมอของลักษณะและความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ที่คัดเลือกไว้เท่านั้น สมัยนี้อาชีพทุกอย่างต้องอาศัยหลักเศรษฐกิจเป็นหัวใจสำคัญ ฉะนั้น ลักษณะไก่ที่จะเลี้ยงเป็นการค้าจึงต้องมีลักษณะให้ผลสูง สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เลี้ยงได้มากที่สุด จึงจะทำให้อาชีพเลี้ยงไก่เจริญอยู่ได้ต่อไป

ตาราง 9.1 นี้เป็นลักษณะประจำพันธุ์ของไก่บางพันธุ์ที่เรายังอาจพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น โรด เล็กฮอร์น พลีมัธร็อคส์ สีลายและสีขาว นิวแฮมเชียร์ และคอร์นิช พันธุ์เหล่านี้ยังมีค่าทางเศรษฐกิจอยู่บ้าง มีหลายพันธุ์ที่ใช้เป็นหลักแรก ๆ ของการเริ่มคัดเลือกเพื่อตั้งสายพันธุ์ใหม่ ๆ พันธุ์แท้อื่น ๆ มีแต่จะหาดูยากขึ้นทุกวัน ไก่ปัจจุบันจึงเป็นไก่เลือดผสมระหว่างสายเลือดที่คัดเลือกมาเป็นพิเศษ เรียกตามภาษาวิชาการว่า เป็นสายพันธุ์สังเคราะห์ใหม่ (syntheticlines) ซึ่งให้ผลดีกว่าไก่สมัยเก่า อย่างไรก็ดี นํ้าหนักและลักษณะต่าง ๆ ในตารางนี้ ก็ยังอาจเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอยู่

3.  ลักษณะที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ลักษณะทางพันธุกรรมของไก่ที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่เนื่องจากอิทธิพลของยีนสะสมกันมากคู่ เช่น การไข่มากไข่น้อย การเป็นหนุ่มสาวเร็ว การไข่ถี่ไข่ห่าง การไม่อยากฟัก ความเติบโต ฯลฯ และ ด้วยอิทธิพลของยีนมากคู่ซับซ้อนกันนี้เอง เราไม่อาจจะแยกออกเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ได้ นอกจากใช้หลักการวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ประชากรมาช่วย ปัจจุบันจากผลการวิจัยทางสาขาพันธุศาสตร์สามารถวิเคราะห์ลักษณะเศรษฐกิจต่าง ๆ ของไก่ และทำการคัดเลือกผสมพันธุ์ให้เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงไก่ยิ่งขึ้น

การคัดเลือกผสมพันธุ์ไก่กระทงปัจจุบันนี้ที่ได้เจริญก้าวหน้ามาก เป็นผลจากการใช้หลักพันธุศาสตร์ประชากรมาช่วยในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์สายเลือดไก่กระทงชั้นดีต่อไป

ไก่พันธุ์แท้ของดั้งเดิมสมัยเก่าที่มีคุณสมบัติบางอย่างดีมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่ง นักผสมพันธุ์ไก่ใช้สร้างสายพันธุ์ใหม่ ๆ ในสมัยนี้ ได้แก่

1. ไก่นิวแฮมเชียร์ ไก่นี้หนังเหลือง เปลือกไข่สีนํ้าตาลอ่อน เนี้อมาก ไข่ดก ไข่ฟักออกดี ตัวเมียของพันธุ์นี้ผสมกับไก่เนื้อตัวผู้สายพันธุ์ต่าง ๆ จะได้ลูกไก่กระทงที่ดี

2.  ไก่พลีมัทร๊อคขาว มีหนังเหลือง เปลือกไข่สีน้ำตาล เติบโตเร็ว มีอัตราเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อดี ขนสีขาว เสียแต่ขนงอกช้า เดี๋ยวนี้มีสายพันธุ์ใหม่ที่ขนงอกเร็ว

3. ไก่พลีมัทร๊อคลาย ที่เรียกว่า ไก่บาร์ มีหนังสีเหลือง เปลือกไข่สีนํ้าตาล ไข่ดก เนื้อมาก ต้นสมัยของอุตสาหกรรมไก่กระทง นิยมใช้ตัวผู้พันธุ์นี้ไปผสมกับตัวเมียของพันธุ์โรด หรือนิวแฮมเชียร์ ลูกตัวผู้เป็นไก่กระทงที่เติบโตเร็ว ลูกตัวเมียก็ไข่ดกดี ปัจจุบันนิยมใช้ตัวเมียเป็นแม่พันธุ์ในการผสมเพื่อรู้เพศของลูกไก่แรกเกิด

4.  ไก่คอร์นิช มีหนังสีเหลือง เปลือกไข่สีน้ำตาล ลำตัวโต ขาสั้น เนื้ออกใหญ่ เป็นลักษณะดีของไก่เนื้อ เสียแต่ไข่มีขนาดเล็ก ฟักออกตํ่า แต่นักผสมพันธุ์ไก่ก็พยายามถือประโยชน์จากลักษณะดีของการเป็นไก่เนื้อ โดยแก้ไขคัดเลือกสายพันธุ์ใหม่ให้มีขนาดไข่โตขึ้น และมีเปอร์เซ็นต์ฟักออกดี โดยการใช้ตัวผู้พันธุ์คอร์นิชผสมกับตัวเมียพันธุ์พลีมัทร๊อคลายหรือขาว หรือพันธุ์นิวแฮมเชียร์

5.  ไก่ไลท์ซัสเซก ขนพื้นตัวขาว มีประดำที่สร้อยคอและหาง เป็นไก่เนื้อของอังกฤษ มีหนังสีขาว เปลือกไข่สีนํ้าตาล ให้เนื้อมาก ในยุโรปและอังกฤษใช้พันธุ์นี้เป็นพ่อพันธุ์ ผสมกับตัวเมียของสายพันธุ์เนื้ออื่น ๆ เพื่อใช้ลูกไก่กระทงทางการค้า

6.  ไก่ไล้ท์บราม่า มีสีหนังเหลือง หงอนรูปถั่ว เปลือกไข่สีนํ้าตาล แม้สีขนสีขาว ปลายสร้อยคอและหางมีขอบขนสีดำ แต่ลักษณะพันธุกรรมของขนนี้เป็นสีขาวเงิน (silver) และยังมีจุดเสียอีกแห่งหนึ่ง คือ แข้งขน จึงไม่นิยมใช้ทำไก่สายพันธุ์สมัยใหม่นัก

7.  ไก่ออสตราลอร์ป เป็นไก่ประเทศออสเตรเลีย พันธุ์ดั้งเดิมมาจากพันธุ์ออปิงตันดำ ของยุโรป เปลือกไข่สีนํ้าตาล ต่อมาได้ถูกคัดเลือกจนเป็นพันธุ์ไข่ดก เปลือกไข่สีจาง มีประสีหนังขาว หงอนจักรแต่ขนาดเล็ก

8.  ไก่โรดหงอนจักร หนังสีเหลือง เปลือกไข่สีนํ้าตาล ลำตัวสี่เหลี่ยมยาว ขนสีแดงแกมน้ำตาล มีดำบ้างที่ขนหาง สร้อยหาง สร้อยคอ และปีก สมัยไม่นานมานี้เป็นไก่ที่ถูกคัดเลือกพันธุ์ให้ไข่ดก ต่อมาได้ใช้ผสมเอาลูกไก่ที่เซกซ์ลิ้งค์ เนื่องจากสีขนทางพันธุกรรมเป็นลักษณะ สีทองและไม่ลาย เมื่อเอาตัวผู้พันธุ์นี้ไปผสมกับตัวเมียที่มีลักษณะพันธุกรรมสีขนเป็นสีขาวเงิน หรือสีไม่ลายก็จะได้ลูกแรกเกิดที่ขนอ่อนเป็นไปตามชนิดของเพศ นักผสมพันธุ์สมัยนี้นิยมสร้างไก่สายพันธุ์ไข่ที่ให้ไข่เปลือกสีนํ้าตาล โดยอาศัยลักษณะพันธุกรรมของการไข่ดก ขนาดไข่ และสีเปลือกไข่ จากไก่โรดหรือไก่บาร์พลีมัทร๊อค

9.  ไก่เล็กฮอร์นขาวหงอนจักร เป็นไก่พันธุ์ไข่พันธุ์เดียวที่เปลือกไข่สีขาวที่ยังนิยมกัน ในระดับการค้าปัจจุบัน รักษาสายเลือดไว้โดยวิธีผสมพันธุ์แบบปิดฝูงซึ่งอินบรีดมาก อย่างไรก็ดี วิธีผสมระหว่างสายพันธุ์หรือตระกูลของพันธุนี้ก็เป็นทางที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของการไข่ดกให้สูงขึ้นได้

ไก่สายพันธุ์ใหม่ที่เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ปัจจุบันก็คือ สายพันธุ์เนื้อ และสายพันธุ์ไข่ ให้ผลผลิตสูงกว่าไก่สมัยเก่ามาก เรียกชื่อของสายพันธุ์เหล่านี้ตามชื่อฟาร์มหรือบริษัทผู้ผลิต

2.  การคัดเลือกโดยการอาศัยพันธุ์ประวัติ ไก่ดีที่มาจากพ่อแม่ดีย่อมมีภาษีดีกว่าไก่ที่ดี แต่มาจากพ่อแม่ที่เลว เพราะไก่ดีจากพ่อแม่ดีนั้นย่อมมีโอกาสนำลักษณะพันธุกรรมที่ดีมาจากพ่อแม่ของมันได้มากกว่าไก่ที่พ่อแม่เลว ขอยํ้าตอนนี้ว่า ทั้งนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อีกด้วย เช่น อาหาร การเลี้ยงดู ฯลฯ นอกเหนือจากสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เหลือก็คือ พันธุกรรม อธิบายเป็นสมการหลัก ได้ดังนี้:-

ความสามารถของไก่ = พันธุกรรม + สิ่งแวดล้อม

หรือ   = พันธุกรรม + สิ่งแวดล้อม + (พันธุกรรมXสิ่งแวดล้อม)

นักพันธุศาสตร์ประชากรได้ให้ข้อมูลอัตราพันธุกรรม (heritability) ของลักษณะต่าง ๆ ที่สืบสายเลือด ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

หน่วยอัตราพันธุกรรมเรียกเป็นเปอร์เซ็นต์ บางคนนิยมเรียกเป็นทศนิยม หมายถึง ความยากง่ายของการถ่ายทอดลักษณะของกรรมพันธุ์ ถ้าอัตราพันธุกรรมสูงก็แสดงว่าการปรับปรุงพันธุ์ถึงชั่วลูกหลานได้ผลเร็ว หากอัตราพันธุกรรมตํ่า ย่อมหมายถึงผลการปรับปรุงพันธุ์ไนลักษณะนั้น ๆ ได้ผลช้าหรือค่อนข้างยาก สาเหตุเนื่องจากมีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องมาก

จากการทดลองคัดเลือกแม่ไก่ที่รัฐเมน สหรัฐอเมริกา ปรากฎว่าการคัดเลือกไก่ไข่จาก ไก่ที่รู้สถิติปีแรกมาทำพันธุ์นั้นไม่อาจปรับปรุงคุณภาพทางไข่ดกได้ แต่ถ้าคัดเลือกจากสถิติไข่ดกของลูกและของพ่อแม่ก็จะช่วยปรับปรุงการไข่ดกได้ดี

การทำเพดดีกรีหรือการเก็บสถิติพันธุ์ประวัติของบรรพบุรุษไก่ที่ดีไว้ จึงเป็นของจำเป็นสำหรับการที่จะพิจารณาคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ชั่วต่อไปให้ดีขึ้น

3.  การคัดเลือกโดยอาศัยสถิติของเครือญาติ สถิติความสามารถของพี่น้องที่มาจากพ่อแม่เดียวกันก็เป็นของดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อตัวหนึ่งดี พี่น้องของมันเองก็ย่อมจะมีโอกาสที่จะรับถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมที่ดีด้วย ฉะนั้น ความสามารถของพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกัน ก็เป็นเครื่องสันนิษฐานการถ่ายทอดพันธุกรรมได้อย่างหนึ่ง เป็นการประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องมาเก็บสถิติพิสูจน์จากไก่ทุก ๆ ตัวทั้งหมด จากการทดลองปรากฏว่า ลำพังการจะถือเอาพันธุ์ประวัติของพ่อแม่ดีมาทำการคัดเลือกพันธุ์ก็ยังได้ผลไม่ดีครบบริบูรณ์ จะต้องพิจารณาจากความสามารถของสัตว์ตัวนั้นเองให้แน่ว่าบรรพบุรุษของมันดี พ่อแม่ของมัน ก็เป็นไก่ชั้นดี และตัวมันเองขณะนี้ก็ได้มีสถิติของตัวเองดีด้วย

4.  การคัดเลือกโดยพิสูจน์จากความสามารถของชั่วลูก หลักฐานสุดท้ายที่ยืนยันคุณภาพของไก่ที่จะใช้ทำพันธุต่อไปก็คือ ทำโปรเจนนีเทส เป็นการพิสูจน์ลักษณะความสามารถพ่อแม่ โดยอาศัยสถิติความสามารถชั่วลูก ว่าลูกได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมจากพ่อแม่ดีเพียงใด จากการทดลองได้พบหลักความจริงแล้วว่า การเลือกแม่พันธุ์โดยการพิจารณาจากสถิติไข่ปีแรกของแม่ไก่นั้นไม่สามารถจะเป็นหลักปรับปรุงฝูงไก่ให้ไข่ดกได้ แต่ถ้าคัดเลือกโดยพิสูจน์ จากความสามารถของชั่วลูกเป็นเกณฑ์ ก็จะได้พ่อแม่พันธุ์ที่ดีแน่นอนขึ้นมาทำพันธุ์ปรับปรุงการไข่ ในฝูงให้ดีขึ้นได้

ลักษณะอื่น ๆ ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น นํ้าหนักไก่กระทงเมื่ออายุ 6-8 อาทิตย์ ความกว้างของหน้าอก การมีขนงอกคลุมตัวเร็ว การทนทานต่อโรค การทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ การฟักออกดี หรือการเลี้ยงรอดมาก ฯลฯ เหล่านี้ ถ้าจะให้การคัดเลือกปรับปรุงได้ผลแน่นอน ก็ต้องคัดเลือกจากสถิติชั่วลูกของพ่อแม่ไก่ที่จะใช้ทำพันธุ์

เลี้ยงไก่พันธุ์ไหนดี

จะเลี้ยงไก่พันธุ์ไดนั้นย่อมแล้วแต่ความมุ่งหมายของผู้เลี้ยง และขนาดความต้องการของตลาด การเลี้ยงไก่ในเมืองเราจะพูดว่าเริ่มต้นมาด้วยไก่เล็กฮอร์นกับไก่โรดนั้นก็ไม่ผิด เพราะไก่ทั้งสองพันธุ์นี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามีความเติบโตแข็งแรง ไข่ดี และทนทานต่อดิน ฟ้า อากาศของเมืองเรา ไก่ลูกผสมเป็นผลที่เกิดภายหลังจากการเลี้ยงไก่พันธุ์แท้ ปัจจุบันไกใหม่ เริ่มเข้ามาแทนที่ ไก่พันธุ์ใหม่เหล่านี้เป็นไก่จากสายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกผสมพันธุ์เพื่อผลทางเศรษฐกิจโดยตรง

ก. พันธุ์ไก่ที่เลี้ยงเพื่อเอาไข่

  1. ไก่เล็กฮอร์นขาวหงอนจัก
  2. ไก่โรดไอแลนด์แดง
  3. ไก่ลูกผสมพันธ์ไข่ต่าง ๆ
  4. ไก่นิวแฮมเชียร์พันธุ์ไข่

ไก่เล็กฮอร์นขาวกับไก่โรดไอแลนด์แดงเป็นไก่ที่ได้พิสูจน์ตัวเองมาแต่ต้นแล้วว่าเหมาะกับ ดินฟัาอากาศเมืองไทยมากกว่าพันธุ์อื่น

จากสถิติการแข่งขันไก่ไข่ดกของสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในระยะหลัง ๆ นี้ ปรากฏว่าไกโรดไอแลนด์แดงชนะที่ 1 ทั้งประเภทฝูงและประเภทเดี่ยวทุกปี

ข. พันธุ์ไก่ที่เลี้ยงเพื่อเอาเนื้อ หรือเป็นไก่กระทง

  1. ตัวผู้ลูกผสมต่าง ๆ ลูกผสมคอร์นิช นิวแฮมเชียร์ ไวท์ร็อค อ๊อสตราลอร์ปตัวผู้ และโรดบาร์ตัวผู้ ฯลฯ หรือที่บางฟาร์มใช้พ่อไก่นอกผสมกับแม่ไก่ที่เกิดในนี้ขายเป็นไก่กระทง อันดับรอง
  2. ลูกผสมจาก

ก.     พันธุ์ผสม X พันธุ์แท้ เหมาะสำหรับชาวบ้านทั่วไปในชนบท

ข.     พันธุ์ผสม X พันธุ์ผสม เป็นไก่ที่นักผสมพันธุ์ไก่คัดเลือกผสมพันธุ์ขึ้นเพื่อ รวมความดีจากแต่ละพันธุ์เข้าด้วยกัน

ค.     พันธุ์แท้ X พันธุ์แท้ เช่น พ่อคอร์นิช X แม่นิวแฮมเชียร์ตามข้อ ก ข และ ค ทั้งตัวผู้และตัวเมียควรมีนํ้าหนักไม่น้อยกว่า 1,200 กรัมเมื่ออายุ 6-8 อาทิตย์ เพราะเป็นขนาดส่งตลาดทั่วไป

ไก่ลูกผสมต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อดีอยู่หลายอย่าง อาทิเช่น ทนทานต่อโรคและดินฟ้าอากาศ ทั่วไป การส่งเสริมปรับปรุงคุณภาพไก่ในชนบทต่าง ๆ เหมาะที่จะใช้ไก่ลูกผสมหรือตัวผู้พันธุ์ดี ให้เป็นพ่อฝูงไกพื้นบ้าน วิธีนี้ถูกเงิน ได้ผลดีและคุณภาพไข่จะดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการปรับปรุงส่งเสริมที่ไม่เปลืองค่าใช่จ่ายนัก

ข้อเปรียบเทียบความดีระหว่างไก่พันธุ์แท้และไก่ลูกผสม

ไก่เล็กฮอร์น ไก่โรด ไก่ลูกผสม ไก่สายพันธุ์สมัยใหม่
การไข่ปีที่ 1 ดี ดี ดี ดีมาก
การไข่ปีที่ 2 ยังดีอยู่ ไม่ค่อยดี ยังดีอยู่บ้าง ยังดีอยู่บ้าง
การเลี้ยงรอด ตั้งแต่เล็ก ดี ดี ดีมาก ดีมากที่สุด
การกินอาหาร น้อยกว่า มากกว่าเล็กน้อย มากกว่าเล็กน้อย มากกว่าเล็กน้อย
การจริญเติบโตจนเป็นไก่รุ่น น้อย ปานกลาง โตเร็ว โตเร็ว
น้ำหนักเมื่อเลี้ยงจนไข่ครบ 12 เดือน
น้อยกว่า มากกว่า มากกว่า ปานกลาง
ข้อตำหนิหรือเกี่ยงราคาแม่ไก่เมื่อคัดออก อาจได้ราคาถูกกว่า ได้ราคาดี ได้ราคาดี ได้ราคาดี

3.ไก่พันธุ์เนื้อต่าง ๆ ได้แก่ พันธุ์บรามา พันธุ์โคชิน และพันธุ์แลงชาน ปัจจุบัน พันธุ์หล่านี้มีน้อย เพราะคนไม่ค่อยนิยม นอกจากเอามาเลี้ยงเป็นไก่ตอน

ค. พันธุ์ไก่สมัยใหม่ (Commercid hybrids) สมัยนี้ไก่พันธุ์ไข่และไก่กระทงแบบใหม่เข้ามาแทนที่ไก่ต่างๆ ในข้อ ข. ไก่กระทงสมัยนี้เลี้ยงเพียง 5-8 อาทิตย์ก็ส่งตลาดได้

แต่เดิมมาเรานิยมเลี้ยงไก่พันธุ์แท้ เพราะต้องการสีสรรและลักษณะที่สมํ่าเสมอกันเป็นหลัก ต่อมาจากผลของการศึกษาทางพันธุ์ศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไกลูกผสมระหว่าง หรือระหว่างสายเลือดที่คัดเลือกไว้โดยเฉพาะนั้นดีกว่าไก่พันธุ์แท้ เพราะแข็งแรงทนทาน และให้ผลดีกว่า ฉะนั้น ในการคัดเลือกผสมพันธุ์ไก่สมัยนี้ ไม่ว่าจะทางไข่หรือเนื้อย่อมถือลักษณะที่มีค่าทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ พันธุ์ไก่สมัยใหม่ที่ฟาร์มใหม่ ๆ ในต่างประเทศผลิตออกจำหน่าย เกือบทั้งหมดเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่คัดเลือกโดยถือลักษณะที่มีค่าทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ไก่ที่เลี้ยงเป็นไก่กระทงแต่เดิมมา เขาใช้ไก่ลูกผสมระหว่างพันธุ์คอร์นิชกับนิวแฮมเชียร์ บางแห่งที่ไม่นิยมเลี้ยงพันธุ์แท้ไว้มากกว่า 1 อย่าง ก็เลี้ยงพันธุ์ไว้ท์ร็อค หรือที่เรียกไว้ท์พลีมัทร็อค พวกไกพันธุ์แท้ขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่เลี้ยงเป็นไก่กระทงไม่ค่อยมี สมัยนี้ฟาร์มไก่พันธุ์ที่มีชื่อใน สหรัฐฯ ทำการผสมพันธุ์ระหว่างสายเลือดหรือพันธุ์ต่าง ๆ แล้วคัดเลือกพวกที่ดีไว้แยกเป็นสายเลือดต่าง ๆ เพื่อผสมพันธุ์เป็นไก่รุ่นต่อไป ทำเช่นนี้ราว 3 รุ่นขึ้นไปก็จะได้ไก่คุณภาพดี ทางการค้า ซึ่งโตเร็ว แข็งแรงดีกว่าไก่พันธุ์แท้ ดังที่สั่งเข้ามาจำหน่ายกันในประเทศไทยขณะนี้ ปัจจุบันไก่พันธุ์แท้ที่ยั่งยืนหยัดอยู่ในฟาร์มไก่อาชีพ มีเพียงไก่เล็กฮอร์นขาว ราว 7-8% ส่วนไก่โรดก็ยังนิยมกันอยู่บ้าง ไก่พันธุ์แท้อื่น ๆ เกือบไม่มีแล้ว

ไก่ลูกผสมที่คัดเลือกเป็นพันธุ์หรือตระกูลใหม่ ๆ สมัยนี้เลี้ยงกันมากในอเมริกาและยุโรป เพราะให้ผลดีขึ้นกว่าไก่เดิม มีชื่อต่าง ๆ กันตามชื่อของฟาร์มผู้เป็นเจ้าของ อาทิ เช่น

ก.                          พันธุ์ไข่ ได้แก่ อาร์เบอร์เอเคอร์ แบบค๊อก ไฮไลน์ คิมเบอร์ โกโต้ ซุบเปอร์ฮาโก

ข.                           พันธุ์ไก่กระทง ได้แก่ อาร์เบอร์เอเคอร์ ค๊อบ ฮับบาร์ด แวนเตรส ฟาร์มเจ้าของสายพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกา อาทิ เช่นฟาร์มสายพันธุ์ไก่ไข่ :     Arbor Acres Farm, Glastonbury, Conn.,Babcock Poultry Farm, Ithaca. NY,DeKalb Agricultural Assoc., Sycamore, 111.,Heisdorf & Nelson Farms, Kirkland, Wash.

Honegger Breeder Hatchery, Forrest, 111.,Ghostley’s Poultry Farm, Anoka, Minn.,    Hy-Line Poultry Farm, Des Moines, Iowa Kimber Farms, Fremont, Calif.,Shaver Poultry Breeding Farm, Galt, Ontario Goto Hatchery Inc., 7-chome, Nishino-mach, Gifu, Japan.

ฟาร์มสายพันธุไก่เนื้อ : Arbor Acres Farm, Glastonbury, Conn.,Cobb’s Pedigreed Chicks, Concord, N.H.,Hubbard Farms, Walpole, N.H.,Pilch Poultry Breeding Farm, Hazardville, Conn.Charles Van tress Farms, Duluth, Minn.

ในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกบางประเทศมีกฎหมายช่วยอาชีพฟาร์มไก่พันธุ์ภายใน ประเทศไม่อนุญาตให้ไก่ต่างประเทศเข้า แม้ว่าคุณภาพไก่ที่เขามีอยู่จะไม่ดีเลิศก็ตาม แต่ก็ช่วยอาชีพสร้างพ่อแม่พันธุ์ไก่นี้ภายในประเทศได้ดีมาก ของเราก็น่าจะถือปฏิบัติได้ เพราะจากงานทดลองคัดเลือกผสมพันธุ์ไก่กระทง ปี 2515-2519 ปรากฏว่าได้ผลดีไม่แพ้ของต่างประเทศ

ในประเทศเรา ฟาร์มหรือบริษัทใหญ่ ๆ สั่งพ่อแม่ของสายพันธุ์ต่าง ๆ เข้ามาเลี้ยงเอาไข่ฟักเป็นลูกไก่ออกจำหน่าย เป็นอาชีพที่เป็นล่ำเป็นสันอยู่ในปัจจุบัน บางแห่งยังได้คัดเลือกจากไก่เหล่านี้ ผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ เอาลูกไก่ขายได้ผลดีมาก

ไก่เป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ทำรายได้สู่ผู้เลี้ยงไก่ได้ดีถ้าทำการเลี้ยงดูให้ถูกต้อง โดยทั่ว ๆ ไปไก่เป็นสัตว์เลี้ยงของกสิกรเกือบทุกไร่นาอยู่แล้ว ปัญหาของการเริ่มต้นเลี้ยงไก่กับกสิกรเราขณะนี้จึงมีเพียงสิ่งที่จะต้องพิจารณาต่อไปนี้

  1. หาพันธุ์ทดีมาเลี้ยง ไก่พื้นเมืองไข่น้อย เติบโตช้า จะหวังผลกำไรได้ยากมาก ความสำเร็จจากการเลี้ยงไก่ข้อแรกก็คือ ตั้งต้นด้วยพันธุ์ที่ดี ข้อเตือนใจผู้เลี้ยงไก่เป็นอาชีพก็คือไม่ว่าจะเลี้ยงไก่เพื่อเอาเนื้อหรือเอาไขก็ตาม การมีไก่พันธุ์ดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด คำว่า “ประ­หยัด” สำหรับการซื้อไก่มาเริ่มต้นเลี้ยงนั้น มิได้หมายถึงว่าจะต้องซื้อไก่คุณภาพตํ่าราคาถูก ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องซื้อแพงจึงจะได้ของดี ผู้ซื้อไก่มาเลี้ยงควรจะต้องพิจารณาซื้อไก่จากแหล่งที่ เชื่อถือไว้ใจได้ เพื่อให้มั่นใจได้เป็นเบื้องต้นว่าได้ไก่พันธุ์ดีมาแน่

สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นไก่ที่เลี้ยงเอาเนื้อหรือเอาไข่ก็ตาม ความสนใจในเรื่องความแท้ของพันธุ์นั้นค่อย ๆ เลื่อนมาเป็นอันดับรอง อันดับแรกที่สำคัญก็คือ คุณภาพของไก่ที่ซื้อมานั้น ต้องตามความมุ่งหมายของการเลี้ยงหรือไม่ ไก่ที่เลี้ยงเป็นการค้าในต่างประเทศเป็นพวกลูกผสมระหว่างสายเลือดที่คัดเลือกผสมให้มีคุณภาพทางเศรษฐกิจ หรือให้ตรงกับความนิยมของตลาด ไก่ดีย่อมมีโอกาสทำกำไรให้แก่ผู้เลี้ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่อเอาไข่ เพื่อเอาเนื้อ เอาทั้งสองอย่าง

  1. เลี้ยงดูให้ถูกวิธี มีเล้าหรือโรงเรือนให้ไก่อยู่อย่างพ้นภัย ไม่ใช่ปล่อยให้อาศัยตาม ชายคาโรงนา หรือใต้ถุนบ้าน หรือเลี้ยงปล่อยตามยถากรรม อย่างที่บางท่านให้ชื่อว่าแบบเทวดาเลี้ยง
  2. หากจะเลี้ยงไก่จำนวนตั้งแต่ครึ่งร้อยขึ้นไป หรือที่จะหารายได้จากไก่ให้มากขึ้น ก็ควรพิจารณาเรื่องปริมาณอาหารและคุณภาพของอาหารให้พอเพียงกับจำนวนไก่ เพราะมดแมลงในธรรมชาติและเศษอาหารตามพื้นดินมีจำกัด เมื่อเลี้ยงไก่มากขึ้น อาหารธรรมชาติ เหล่านี้ย่อมมีไม่พอ

งานเลี้ยงไก่เป็นอาชีพอย่างหนึ่งได้ หรือดีกว่ากสิกรรมบางอย่าง การเลี้ยงไก่ในระดับอาชีพจำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนของการผลิต ราคาและคุณภาพอาหารไก่เป็นตัวการสำคัญ ของต้นทุนที่อาจทำให้อาชีพนี้มีกำไรหรือขาดทุนล้มเหลวไปก็ได้

ตัวไก่เสมือนโรงงานสร้างไข่สร้างเนื้อ ฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ที่ทำการเลี้ยงดูดีและมีจำหน่ายได้สมํ่าเสมอตลอดปี ผลจากไก่ก็จะเป็นรายได้มหาศาลอย่างหนึ่งเช่นเดียวกันกับโรงงานหรืองานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในสมัยพัฒนานี้เหมือนกัน

สิ่งที่จะนำความสำเร็จมาสู่ผู้เลี้ยงไก่ก็เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ เช่น ต้องอาศัยความรู้และ ความชำนาญเป็นเครื่องนำทาง ฉะนั้น ผู้เริ่มเลี้ยงไก่ควรจะหาความรู้ความชำนาญให้ดีเสียก่อน ด้วยการตั้งต้นจากไก่ฝูงเล็ก ๆ ขึ้นไป แทนที่จะทุ่มเงินก้อนใหญ่ไปในกิจการนี้ในทีเดียว ซึ่งหากเกิดการเสียหายขึ้นย่อมยากแก่การแก้ไข

ปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ระดับอาชีพจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยหลักการต่างๆต่อไปนี้คือ

  1. มีแผนงานที่ดี ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคต
  2. เลี้ยงไก่ฝูงใหญ่ที่พอเหมาะพอดีกับการใช้แรงงานอย่างถูกเศรษฐกิจ
  3. ผลิตแต่ไก่หรือไข่ที่มีคุณภาพสูง
  4. เริ่มด้วยไก่คุณภาพสูง
  5. ใช้อาหารคุณภาพดี ปริมาณพอเพียง
  6. รักษาเรือนโรงให้สะอาดและแห้ง
  7. ใช้วิธีการจัดการที่ดี ตรวจสอบผลงานเสมอ ๆ
    1. ดำเนินการตลาดที่ดี ไม่ใช่รู้แต่ภาวะตลาด ควรต้องเป็นพ่อค้าด้วย ต้องรู้สภาพของตลาดซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต้องทันตลาด ต้องทันฤดูกาล

การเรียกชื่อพันธุ์ไก่ต่าง ๆ

อาจเรียกชื่อตามมาตรฐาน (standard) ที่กำหนดไว้ หรือตามความนิยม (popularity) และ สายพันธุ์ (strain)

การให้ชื่อตามมาตรฐานนั้น ได้แก่ มาตรฐานหรืออุดมทัศนีย์ของแต่ละพันธุ์ (breeds)แต่ละชนิด (varieties) และแต่ละประเภท (classes)

หลักเกณฑ์ความแตกต่างระหว่างพันธุ์นั้นดูจากขนาดและรูปทรงหลักเกณฑ์ความแตกต่างระหว่างชนิดดูจากสีและลักษณะของสีขน กับรูปทรงของหงอน เช่น ไกโรดไอแลนด์แดง ไก่เล็กฮอร์นขาว ฯลฯ

หลักเกณฑ์ความแตกต่างของแต่ละประเภทนั้นแบ่งตามแหล่งภูมิศาสตร์ที่เป็นVแหล่งกำเนิดของไก่นั้น ๆ ได้แก่

ก. ไก่อเมริกัน เช่น ไก่บาร์พลีมัทร็อค ไก่โรดไอแลนด์แดง ไก่ไวยันด๊อท ไก่นิวแฮมเชียร์ ฯลฯ

ข. ไก่อังกฤษ เช่น ไก่ออปิงตัน ไก่คอร์นิช ไก่อ๊อสตราล็อร์ป ไก่ซัสเซก  ฯลฯ

ค. ไก่เอเชีย เช่น ไก่บรามา ไก่โคชิน ไก่แลงชาน ฯลฯ

ง. ยังมีไก่ประเภทอื่น ๆ อีก ได้แก่ ไก่โปแลนด์ ไก่ฝรั่งเศส ไก่ยุโรป ไก่ตะวันออก ฯลฯ

การจำแนกไก่ออกตามสายพันธุ์ (strain) โดยมากเรียกตามชื่อฟาร์มหรือผู้ผลิต ถือ เกณฑ์ทั่วไปว่า จะต้องเป็นไก่ที่นักผสมพันธุ์ไก่ได้คัดเลือกและผสมพันธุติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อย 3-5 ชั่วอายุของไก่ โดยไม่มีการนำสายพันธุ์จากภายนอกเข้าไปปะปนด้วย

พันธุสัตว์ปีกเศรษฐกิจอื่น ๆ

ได้แก่ พันธุเป็ดเนื้อ เป็ดไข่ ไก่งวง และห่าน มีชื่อพันธุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

เป็ดเนื้อ เป็ดไข่
Pekin Khaki Campbell
Aylesbury Indian Runner
Muscovy Crested White
Rouen Black East India
Cayuga
Buff
Swedish
ไก่งวง ห่าน
Bronze Toulouse
White Holland Emden
Bourbon Black Chinese
Bourbon Red African
Narragansett Wild or Canadian
Slate Egyptian
Beltsville Small White

ภาพ 1.8 หงอนไก่แบบต่าง ๆ 1,4,5,7,11และ 12 หงอนจัก 2,8และ 9 หงอนถั่ว 3,6,10 และ 14 หงอนกุหลาบ 13 หงอนตัววี 15 หงอนผลสตรอเบอรี่

สัตว์ปีกอื่น ๆ ตามที่กล่าวมานี้ เท่าที่เห็นกันในบ้านเมืองเรา ได้แก่ เป็ดปักกิ่ง เป็ดมันโควี   เป็ดกากีแคมเบล เป็ดอินเดียนรันเนอร์ ไก่งวงบรอนซ์ ไก่งวงขาวเล็ก และห่านจีน การเลี้ยงเป็ดเพื่อเอาไข่เป็นอาชีพสำคัญอย่างหนึ่ง การเลี้ยงเป็ดเนื้อเป็นอาชีพนั้นทำไม่ได้ทุกแห่งเพราะตลาดจำกัดกว่าเป็ดไข่ การเลี้ยงสัตว์ปีกอื่น ๆ ยังไม่มีตลาดใหญ่ ๆ จะรับซื้อทีละจำนวนมากได้

พันธุ์เป็ดไข่ที่ให้ผลดีในเมืองเรา คือ กากีแคมเบล เป็ดพื้นบ้านนครปฐม ปากน้ำ เเละชลบุรีของเรา จัดเป็นพวกพันธุ์ไข่ เพราะไข่ดกดีและไข่มีขนาดฟองใหญ่