ปัญหาในการผลิตวัวนมในประเทศไทย

กิจการผสมเทียมในบ้านเราได้เริ่มขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่  โยมีการตั้งสถานีผสมเทียมเชียงใหม่ขึ้น  น้ำเชื้อพ่อวัวที่ใช้เป็นน้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์บราวน์สวิส ซึ่งลูกที่ออกมาจะมีสีดำ ด่าง แดง ซึ่งขัดกับความนิยมในรื่องสีของชาวบ้านซึ่งนิยมสีเป็นแถบ ๆ ทำให้การทำงานในระยะแรกเป็นไปด้วยความลำบาก แต่ต่อมาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นสถานีผสมเทียมกรุงเทพฯ โดยใช้น้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์เรดเดน

ปัญหาในการผลิตวัวนมโดยเฉพาอย่างยิ่งวัวนมลูกผสมโดยการใช้วิธีผสมเทียมจากน้ำเชื้อของพ่อวัวนม มีปัญหาสำคัญหลายประการ คือ

1.  แม่วัวที่ต้องใช้ในการผสมเทียมมีจำนวนไม่เพียงพอ เนื่องจากการไม่ยอมรับการผสมเทียมของเจ้าของสัตว์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า

  • เจ้าของสัตว์ไม่มีความคิดที่จะเลี้ยงวัวนมเพราะลูกวัวนมไม่มีหนอกซึ่งเป็นลักษณะที่นิยมกันในหมู่คนเลี้ยงวัวและทำให้วัวนมขายยากและราคาไม่ดีเท่าวัวแขกซึ่งมีหนอกสวยงาม
  • ขาดหลักประกันเกี่ยวกับเรื่องตลาดน้ำนมและราคาวัวนมที่แน่นอน
  • บริการผสมเทียมยังไม่ทั่วถึง

2.  อัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ผสมเทียมยังมีน้อยอยู่

3.  งบประมาณที่จะซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการผสมเทียมไม่เพียงพอ  ทำให้การขยายงานไม่ขยายไปเท่าที่ควร

ที่มา:ภาษย์  สาริกะภูติ

พันธุ์วัวนม:พันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน

พันธุ์วัวนมที่มีการนำมาเลี้ยงในประเทศไทย

มาจาก 2 สายพันธุ์ คือ วัวยุโรป และวัวอินเดีย

วัวนมยุโรป

มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมมาจากทวีปยุโรป  สามารถอยู่ได้เหมาะสมและปรับตัวได้ในสภาพอากาศหนาว วัวนมยุโรปมีชื่อเสียงในด้านการให้ปริมาณน้ำนมและเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง  มีลักษณะเด่นชัดแตกต่างจากวัวอินเดียคือไม่มีโหนก

วัวนมอินเดีย

มีถิ่นกำเนิดมาจากอินเดีย ปากีสถาน อาฟริกา เอเซีย สามารถอยู่ได้ในสภาพอากาศร้อน มีความทนทานต่อโรคและแมลงในสภาพเมืองร้อนได้ดี แต่ความสามารถในการให้น้ำนมและเปอร์เซ็นต์ไขมันในน้ำนมสูงสู้วัวยุโรปไม่ได้

พันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian)

ถิ่นกำเนิด

ทางภาคเหนือของประเทศเนเธอร์แลนด์  ในอเมริกาเรียกวัวพันธุ์นี้ว่า โฮลสไตน์  ในเดนมาร์คเรียกว่า พันธุ์ขาว-ดำ และในเนเธอร์แลนด์เรียกว่าพันธุ์ ฟรีเชี่ยน วัวพันธุ์นี้มีอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ร่วม 2,000 ปีมาแล้ว วัวพันธุ์นี้นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก  เพราะให้น้ำนมมากและรูปร่างใหญ่กกว่าวัวนมพันธุ์อื่น ๆ

ลักษณะประจำพันธุ์

ขนาด

  • พ่อวัวหนัก 800-1,000 กก.
  • แม่วัว 600-700 กก.

สี

  • มีสีดำสลับขาว ไม่มีสีใดเด่นชัดกว่ากัน สีดำควรมีที่ท้อง ข้อขาเหนือกีบ บางทีสีดำเริ่มจากกีบถึงหัวเข่าและที่พวงหาง

เขา

  • โคนเขาเล็ก เรียวงาม และเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย

ข้อดี

  • มีความสามารถกินอาหารหยาบ(หญ้าและพืช) ซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็นน้ำนมมากกว่าวัวนมพันธุ์อื่น ๆ จึงนิยมเลี้ยงเป็นวัวนมที่ต้องการใช้น้ำนมดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ต้องการดื่มน้ำนมสดเช่น ประเทศไทย
  • การเลี้ยงดูแลค่อนข้างง่ายกว่าวัวนมพันธุ์อื่น ๆ

ข้อเสีย

  • มีปริมาณไขมันในน้ำนมต่ำ คือเฉลี่ยประมาณ 3.45℅
  • สีของน้ำนมขาวไม่ค่อยน่ากิน

การนำพันธุ์นี้เข้ามาในประเทศไทย

  • โดยทหารญี่ปุ่นหน่วยส่งบำรุงกำลัง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
  • พวกนิยมเลี้ยงวัวมจากฮ่องกง
  • หน่วยราชการ กรมปศุสัตว์

ความสามารถในการให้น้ำนม

  • ระหว่าง 5,000-8,000 กก.  ไขมัน 3-3.5℅ จำนวนน้ำนมเมื่อเทียบกับวัวนมพันธุ์อื่น ๆ แล้ว  วัวพันธุ์นี้ให้น้ำนมสูงสุดแต่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำสุด ขนาดของไขมันเล็ก สีไม่ค่อยเหลือ

ที่มา:ปิยะ  โอทกานนท์