การคำนวณสูตรอาหารไก่โดยคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย

ในวงการอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศไทยได้มีการนำเทคนิคนี้มาใช้เพื่อเป็นการสร้างค่านิยมว่าอาหารผสมที่กระทำด้วยวิธีนี้เป็นอาหารสัตว์ที่ดีที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ไม่ปรากฏว่าอาหารที่ได้มาโดยคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์นี้แสดงผลดีมากไปกว่าการคำนวณธรรมดา สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากเหตุผลหลายประการด้วยกัน คือ

1. คุณภาพวัตถุดิบไม่มีความสมํ่าเสมอ ซึ่งเนื่องมาจากกรรมวิธีในการเตรียมวัตถุดิบก่อนนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ไม่ดีพอ เช่น กากถั่วเหลืองสุกไม่พอเหมาะ พิษภัยยังไม่หมด เป็นต้น การปลอมปนวัตถุดิบทำให้ไม่สามารถยึดเป็นมาตรฐานได้ เช่น โปรตีนในกากถั่วต่าง ๆ และ ในปลาป่น เป็นต้น ซึ่งยากที่จะหาความแน่นอนได้

2.  ส่วนประกอบทางโภชนะของวัตถุดิบในประเทศไทยเท่าที่พบมาจากการวิเคราะห์โดยประมาณ (Proximate Analysis) ไม่สามารถบ่งหรือชี้ชัดถึงพลังงานและกรดอะมิโนในโปรตีนของวัตถุดิบนั้น ด้วยเหตุนี้จึงยากที่จะกำหนดให้มีค่าเดียวเพื่อใช้เขียนเป็นโปรแกรมป้อนข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

3.  ความต้องการโภชนะของสัตว์ ปัจจุบันเท่าที่ใช้กันอยู่ได้อาศัยจากข้อมูลต่างประเทศ เช่น สถาบันวิจัยสหรัฐอเมริกา สถาบันวิจัยสหราชอาณาจักรอังกฤษ เป็นต้น ความต้องการโภชนะดังกล่าวมิได้บ่งถึงสภาพสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยซึ่งมีความต้องการโภชนะสูงกว่า

4.  ราคาวัตถุดิบไม่แน่นอน มีการแปรผันมากและรวดเร็วจนไม่อาจจะกำหนดให้เป็นค่าเดียวในช่วงระยะเวลานั้น ๆ ได้

เหตุผลดังกล่าวทำให้การใช้คอมพิวเตอร์คำนวณสูตรอาหารในประเทศไทยไม่ให้ผลดีพอตามจุดประสงค์ของเทคนิคที่วิวัฒนาการขึ้นดังเช่นในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การคำนวณสูตรอาหารโดยคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยจะให้ผลดีก็ต่อเมื่อสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วได้เสียก่อน หากยังแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้แล้ว การคำนวณโดยวิธีธรรมดา ก็เป็นการเพียงพอสำหรับการผลิตสัตว์ในประเทศโดยทั่ว ๆ ไป

ต่อไปนี้เป็นสูตรอาหารไก่ประเภทต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการ ปรับปรุงให้เหมาะตามกาลเวลาเพื่อให้ได้ผลดี หาวัตถุดิบได้ง่าย และถูกโสหุ้ย

อย่างไรก็ตาม สูตรดังกล่าวนี้จะดีประการใดนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบและการปรับสูตรอาหาร

หมายเหตุ 1. ถ้าต้องการผสมไวตามินและแร่ธาตุเก็บไว้ใช้ ควรแยกพวกไวตามินใส่ในภาชนะทึบแสง แร่ธาตุใส่อีกภาชนะหนึ่ง ตัวยาและสารแต่งเติมก็ควรแยกเช่นกัน อย่านำมาผสมกัน ทั้งหมดแล้วเก็บส่วนผสมนี้ไว้ใช้นาน ๆ เพราะจะทำให้เกิดปฎิกริยาทางเคมีจนไวตามินต่าง ๆ เสื่อมสลายได้ ทางที่ถูก คือ ควรผสมใหม่ ๆ เมื่อจะใช้ผสมในอาหาร หรือถ้าจะเก็บนานควรเก็บในตู้เย็นมากกว่าจะเก็บธรรมดา

2.  ลูกไก่หรือไก่กระทง 1 และ 2 นั้น สูตรหมายเลข 1 สำหรับอายุตั้งแต่ 1 วันถึง-4 อาทิตย์ สูตรหมายเลข 2 สำหรับ 5-8 อาทิตย์

3.  พลังงานใช้ประโยชน์สำหรับลูกไก่ 3,000 กิโลแคลอรี/ กก. ไก่ไข่ ไก่พันธุ์ 2,400- 2,000 กิโลแคลอรี/ กก.

4.  จะดัดแปลงสูตรใดไปใช้ก็ได้ เพราะอาจใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นที่หาได้ง่าย และ ราคาถูกกว่า อาทิ ปลายข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้แทนกันได้ไม่เกินครึ่งโดยไม่ต้องปรับสัดส่วน

5.  พวกยาต่าง ๆ ไวตามิน และแร่ธาตุ อาจใช้ชนิดที่ผสมสำเร็จแล้วจากโรงงาน มีชนิดต่าง ๆ ให้เลือกซื้อใช้ได้สะดวก


สิ่งแต่งเติมที่ไม่ใช่อาหารไก่ (Non-nutrient additives) ที่ใช้มากเป็นรูปสารเคมี ทำขายในท้องตลาด เป็นปรีมิกช์หนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง สิ่งเติมแต่งเหล่านี้ใช่ได้เพียงปริมาณจำกัด ถ้าใช้เกินกำหนดมักเป็นภัย บางอย่างมีจำกัดเวลาใช้ เช่น ให้เลิกใช้สิ่งแต่งเติมในอาหาร หนึ่งอาทิตย์ก่อนส่งไก่ไปโรงงานฆ่า

สิ่งแต่งเติมต่าง ๆ มิได้ให้ประโยชน์ทางโภชนะที่เป็นโปรตีนพลังงานไวตามินหรือ เกลือแร่ ขอบเขตของสิ่งแต่งเติม ได้แก่ ตัวยาป้องกันโรค สารกันรา ฮอร์โมน สารกันหืน วัตถุ รักษาคุณภาพอาหาร เอนไซม์ช่วยทำให้อาหารย่อยง่ายขึ้น ฯลฯ

พวกวัตถุแต่งเติมที่ช่วยเร่งการเติบโต (growth stimulant) และป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ และสารหมักต่าง ๆ สารอาเซนิคต่าง ๆ และสารไนโตรวิน การเลือกใช้ ชนิดและปริมาณของพวกยาที่เป็นวัตถุแต่งเติมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพของสิ่งแวดล้อม ความใหม่ เก่าของคอกไก่ ความสะอาดของสถานที่ หรือเป็นที่เคยมีโรคติดต่อ ชนิดของพื้นกรงเป็นลวด หรือพื้นแข็ง มีวัตถุรองพื้นหรือไม่มี เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการเจริญเติบโต การกิน อาหารและประสิทธิภาพของอาหาร

อาจแบ่งวัตถุแต่งเติมอาหารออกเป็นอย่างน้อย 9 อย่าง คือ

1.  สารปฏิชีวนะ สารอาเซนิคและยาฟิวราโซลิโดนต่างๆ

วิธีสร้างสูตรอาหารสำหรับไก่

สิ่งที่ต้องทราบก่อนการสร้างสูตรอาหาร คือ

–               โภชนะต่าง ๆ ที่ไก่ระยะต่าง ๆ ต้องการ

–               ผลการวิเคราะห์โภชนะต่าง ๆ ในอาหารแต่ละชนิด

–               ราคาวัตถุดิบที่ใช้ผสมอาหาร (จากตลาดอาหารสัตว์)

–               ข้อควรระวังในการสร้างสูตรอาหาร

หลักในการสร้างสูตรอาหารนั้น พิจารณาจากความต้องการโภชนะของสัตว์ ย่อมต่างกันตามประเภท ชนิด อายุ และพันธุ์ของสัตว์ ต้องเป็นอาหารที่มีค่าทางอาหารสูงแต่ราคาตํ่า ด้วยเหตุนี้เมื่อคำนวณสูตรเสร็จควรจะต้องนำไปทดลองในสัตว์ให้ได้ผลแน่นอนเสียก่อนจึงจะเป็นสูตรอาหารที่ถูกต้องได้ นักเลี้ยงไก่บางคนใช้อาหารสำเร็จรูปผสมกับปลายข้าว รำ หรือข้าวโพด ฯลฯ เกินกว่ากำหนด เพื่อให้ได้ปริมาณอาหารมากขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะอาหารจะขาดสมดุลย์ เว้นแต่ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงงานโดยใช้อาหารผสมกับสิ่งที่ได้ระบุไว้

สูตรอาหารที่ถูกต้องมิใช่จะมีได้เพียงขนานเดียว สูตรอื่นที่เลี้ยงไก่ได้ผลดีก็เป็นสูตรที่ถูกต้องด้วย วัตถุดิบต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ผสมอาหารไก่มีราคาเปลี่ยนแปลงตามสภาพของฤดูกาลและตลาด ผลิตผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมหรือของใหม่ ๆ มักมีเข้าสู่ตลาดอยู่เสมอ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีการทดลองศึกษาสูตรอาหารขนานต่าง ๆ และใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อเลือกวัสดุที่ดี อาจหาซื้อหรือหาของอื่นแทน ราคาถูก ประหยัด และมีประโยชน์เท่าหรือดีกว่า เพราะในบางฤดู วัตถุดิบที่เคยใช้อยู่เป็นประจำเกิดขาดตลาดหรือหายาก ราคาแพงมาก ก็จำเป็นจะต้องหาวัตถุดิบอย่างอื่นมาใช้แทน โดยมีสูตรอาหารอื่นที่ใช้ได้ผลแล้วสำรองไว้

สูตรอาหารไก่

สูตรอาหาร คือ อัตราส่วนผสมของวัตถุดิบที่จะผสมเป็นอาหารไก่ตามขนาดหรือประเภทของไก่นั้น ๆ เมื่อไก่กินเข้าไปแล้วจะให้ผลสมประสงค์ตามเป้าหมาย ไม่มีอันตราย และควรอยู่ในลักษณะที่ไก่ชอบกิน ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ ไม่มีวัตถุเจือปน ถูกส่วนสัด และผสมได้ง่าย โปรตีนในอาหารเป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงก่อนอื่น มีหลักกว้าง ๆ ดังนี้

1. ลูกไก่ (ตั้งแต่แรกเกิดถึง 8 อาทิตย์) ควรให้มีโปรตีน 20-22%

2. ไก่รุ่น (ตั้งแต่ 9-18 อาทิตย์)   ควรให้มีโปรตีน 16-18%

3. ไก่ไข่ ควรให้มีโปรตีน 16-17%

4. ไก่พันธุ์ ควรให้มีโปรตีนอย่างน้อย 16%และให้มีโปรตีน ประเภทเนื้อสัตว์เท่าหรือสูงกว่าโปรตีนจากพืช กับให้มีไวตามินเอ ดี ไรโบเฟลวิน และบี 12 เช่น ส่าเหล้า หางนม นํ้าเคี่ยวปลา ปลาป่น และควรให้มีแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีก

ต้นทุนในการผลิตไข่และไก่

การผลิตไขจะต้องลงทุนราว 60% ของรายจ่ายประจำทั้งหมด เป็นค่าอาหารสำหรับ ไก่กระทงนั้นสูงกว่าเล็กน้อย ราว 62-65% ตัวเลขเหล่านี้อาจใช้ประมาณต้นทุนทั้งหมดในการผลิตแต่ละอย่างได้ใกล้เคียง สมัยนี้ (2521-2525) ราคาอาหาร ค่าแรง ค่ายา และอุปกรณ์ต่าง ๆแพงมาก นาย Muller ผู้เชี่ยวชาญประจำองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประ­มานว่าจะตก 70-80% ของต้นทุน

ราคาวัสดุอาหาร ส่วนประกอบเสริมแต่งของอาหาร และราคาลูกไก่ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเปลี่ยนแปลงด้วย เช่น ข้อมูลจากการทดลองใช้อาหารที่มีโปรตีนระดับต่าง ๆ กันในการเลี้ยงไก่ไข่ เมื่อปี 2515 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

สูตร ก. อาหารมาตรฐาน สูตร ข. สูตร ค. สูตร ง. สูตร จ.
โปรตีน℅ 18.0 19.8 19.7 19.4 17.6
เปอร์เซ็นต์ไข่วันละ 54.0 57.9 58.7 62.5 55.6
ใช้อาหารสำหรับไข่ 100 ฟอง กก. 18.3 17.6 17.4 16.4 18.2
ราคาอาหาร 1 กก. (2515) บาท 2.10 2.40 2.38 2.20 2.00
ต้นทุนไข่ 1 ฟอง บาท 0.38 0.42 0.41 0.36 0.36

สำหรับข้อมูลนี้อาจคิดต้นทุนการผลิตไข่ 1 ฟองโดยประมาณดังนี้  ถ้าอาหารไก่ไข่ กก.ละ 4.20 บาท ไข่ 100 ฟอง จะสิ้นอาหาร 16-18 กก.  จาก 60℅ ของต้นทุนนี้ จะเป็นทุนต่อไข่หนึ่งฟอง 16x4.20/60 x 100 = 1.12 บาท หรือ 1.26 บาท ถ้าคิดจาก 18 กก.

ถ้าราคาอาหารไก่ไข่กก.ละ 5.00 บาท ต้นทุนไข่หนึ่งฟองจะเป็น 1.33 บาท

คุณภาพของอาหารมีความสำคัญอย่างหนึ่งต่อด้นทุนในการผลิตไข่และไก่

การคิดด้นทุนการผลิตไก่เนื้อหรือไก่กระทง อาจคำนวณคร่าว ๆ ได้จากความสามารถของการเปลี่ยนอาหารเป็นนํ้าหนักไก่เช่น 2 : 1 ก็หมายความว่าต้องใช้อาหาร 2 กก. สำหรับ สร้างนํ้าหนักไก่มีชีวิต 1 กก. ดังนี้ ถ้าไก่หนักเฉลี่ยตัวละ 1.5 กก. ก็จะสิ้นค่าอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่ เฉลี่ยตัวละ 3 กก. ถ้าอาหาร กก. ละ 4.50 จะเป็นทุนค่าอาหาร 13.50 บาท รวมกับค่าลูกไก่ รัวละ 5.00 บาท ยา แรงงานและอื่นๆ ตัวละ 1.00 บาท จะตกต้นทุนไก่กระทงมีชีวิตตัวละ 15.50 บาท หรือ กก. ละ 13.00 บาท (2519-20) หรือ 14.00 บาท ถ้าอาหาร กก. ละ 5.00 บาท 2521) หรือ 16.00 บาท ถ้าอาหารไก่ กก. ละ 6.00 บาท (2525)

โดยทั่วไป การคิดต้นทุนผลิตไข่หรือไก่กระทงย่อมขึ้นอยู่กับอาหารในขณะนั้นเป็นส่วนใหญ่ รองลงไปก็ได้แก่ ค่าลูกไก่ ค่าแรง หยูกยา ฯลฯ

สมัยนี้คุณภาพไก่สายพันธุ์ต่าง ๆ ดีมาก ให้ผลิตผลทางเศรษฐกิจสูงกว่าพันธุ์แท้สมัยเก่า เมื่อ 10 ปีก่อน การเลี้ยงรอดสูง เติบโตเร็ว และมีลักษณะอื่นๆ ตามความนิยมของตลาด

ไก่ไข่สมัยปัจจุบันควรมีลักษณะเศรษฐกิจใกล้เคียงหรือดีกว่าตัวเลขในภาพนี้ คือ

1.  ไก่ไข่ 50 เปอร์เซ็นต์ของฝูงเมื่ออายุ 165 วัน

2.  ไก่เฉลี่ยทั้งฝูง 274 ฟองต่อปี

3.  น้ำหนักไข่เฉลี่ย 61 กรัม

4.  เลี้ยงรอด 92 เปอร์เซ็นต์

5.  ใช้อาหารวันละเฉลี่ย 127 กรัม

6.  น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 2.55 กิโลกรัม

ตัวอย่างจากการโฆษณาของไก่สายพันธุ์ใหม่แห่งหนึ่ง เขาแสดงความสามารถการไข่เป็นเปอร์เซ็นต์ และน้ำหนักไข่เฉลี่ยไว้ดังนี้

อุตสาหกรรมไก่กระทงสมัยปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปจากเดิมมาก เนื่องจากความสำเร็จในผลของการคัดเลือกผสมพันธุ์ คุณภาพอาหาร ยาต่าง ๆ ตลอดจนวิธีการจัดการแบบใหม่ ๆ ดังจะเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ที่แล้วมาดังนี้

2473 2488 2503 2513 2518-2525
อาหารต่อตัว กก. 6.8 3.6 3.7 3.0 2.6
อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ 1: 5.0 3.0 2.2 2.0 1.8-2.0
ใช้เวลาเลี้ยงให้ได้น้ำหนัก กก. 1.5 (อาทิตย์) 15-16 9 8 7.5 7

ฝูงไก่กระทงแชมป์โลกของปี 2517 แห่งรอสบรีดดิ้งฟาร์มในอังกฤษ เขาได้สถิติเฉลี่ย นํ้าหนักไก่เป็นหรือมีชีวิต 2.09 กก. ใช้อาหาร 1.94 กก. ต่อนํ้าหนักไก่ 1 กก. ปัจจุบันไก่กระทง ที่เลี้ยงกันในฟาร์มอาชีพ ก็ได้นํ้าหนักเฉลี่ย 1.5 กก. เมื่ออายุ 7 ½ อาทิตย์  หรือ 1 กก. เมื่ออายุ 5 อาทิตย์

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงไก่เป็นอาชีพในปัจจุบัน จะต้องประกอบด้วยพันธุ์ไก่ดี อาหารดี ให้ผลผลิตคุ้มค่าอาหาร การเลี้ยงรอดสูงที่สุด หรือเลี้ยงรอดได้ไม่ตํ่ากว่า 98% ของทั้งหมด เติบโตเร็ว ขนาดรูปร่างพอเหมาะ นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดการดูแลที่ทันสมัย เช่น ใช้สถานที่ กับอุปกรณ์ที่ประหยัดเวลาและแรงงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูง