การให้อาหารสุนัขควรทำอย่างไร?

ใ้ห้อาหารสุนัข

อย่าปล่อยให้สุนัขของคุณร้องขอ

ถ้าคุณถูกสุนัขของคุณเฝ้าร้องขออาหารจนคุณไม่อาจจะนั่งรับประทานอาหารได้ละก็ ผู้ที่ควรจะถูกตำหนิก็คือตัวคุณเอง จงให้อาหารแก่สุนัขของคุณก่อนที่คุณจะลงมือรับประทานอาหาร และจงอย่านำอาหารบนโต๊ะป้อนมันอย่างเด็ดขาด และควรยํ้าเตือนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก ๆ หรือแขกที่มาเยี่ยมให้ละเว้นการกระทำเช่นนี้เสีย ทั้งนี้เพราะการปฎิบัติตามกฎเหล่านี้จะเป็นหนทางเดียว ที่จะฝึกสุนัขได้ดี ไม่ก่อความรำคาญให้แม้คุณจะนำไปรับประทานอาหารนอกบ้านหรือให้มันอยู่ด้วย ขณะมีงานเลี้ยงฉลองภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยงที่ชินกับการให้อาหารตามเวลาและการกินอาหารจากถ้วยอาหารประจำสำหรับมันแล้วมักจะไม่ไปร้องขออาหารที่โต๊ะ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะเป็นเครื่องประกันได้ว่ามันจะไม่ถูกล่อจูง ด้วยอามิสสินจ้าง หรือถูกวางยาโดยคนแปลกหน้า

โภชนาการและการให้อาหาร

ผู้เลี้ยงสุนัขที่ประสบความสำเร็จจะขาดเสียไม่ได้ในศิลปการให้อาหาร เพื่อให้สุนัขได้มาซึ่งพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิต ไม่ว่าพืชหรือสัตว์จำเป็นต้องได้อาหารเข้าไปในระบบโครงสร้างของแต่ละชนิด และสามารถนำสารอาหารมาใช้ประโยชน์ ขับถ่ายสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกมาได้ คนและสุนัขได้อาหารจากพืชหรือจากสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร

พืชรับสารอาหารจากดิน นํ้า อากาศ ผ่านทางรากและใบด้วย ขบวนการเคมีเป็นคาร์โบไฮเดรท โปรตีนและไขมัน เราจะพบสารอาหาร เหล่านี้ในรูปของนํ้าตาล แป้ง ข้าว ถั่ว เมล็ดพืช ผลไม้ ฯลฯ

ขบวนการอาหารตามธรรมชาติประกอบด้วยการนำเอาสารเคมี จากอากาศ ดิน และนํ้า สารพวกนี้จะถูกใช้เวียนไปมาตลอดเวลาของสิ่งมีชีวิต รูปร่างของสารที่เสียเพราะถูกใช้แล้วจะกลับมาใช้ได้ใหม่ โดยแบคทีเรียที่เน่าเปื่อยในดินกลายเป็นไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งพืชใช้เป็นอาหาร

อาหารหลักตามธรรมชาติมี 6 ชนิด คือ

1.  คาร์ใบไฮเดรท ช่วยให้พลังงานและความร้อนแก่ร่างกาย อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรทเป็นสำคัญได้แก่อาหารในหมู่ข้าว เช่น ข้าวโพด เผือก มัน นํ้าตาล และของหวานต่าง ๆ

2.  ไขมัน ช่วยให้พลังงานความร้อนและให้กรดไขมันที่จำเป็น ต่อร่างกาย อาหารที่มีธาตุไขมันเป็นสำคัญได้แก่ อาหารในหมู่ไขมัน เช่น น้ำมันหมู นํ้ามันรำ น้ำมันถั่ว ไข่แดง เนย นม มะพร้าว เป็นต้น

3.  โปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแซมสิ่งสึกหรอ ช่วยสร้างกำลังเพื่อต้านทานโรค ให้พลังงานและให้กรดอามิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย อาหารที่มีโปรตีนเป็นสำคัญได้แก่ อาหารในหมู่เนื้อ เช่น เนื้อสัตว์ทุกชนิด นม ไข่ ปลา หอย และถั่วนานาชนิด

4.  เกลือแร่ มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ช่วยในการสร้างกระดูก ฟันและเลือด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแซมสิ่งสึกหรอ กับ ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อาหารแต่ละอย่างก็ให้ธาตุ เกลือแร่แต่ละชนิดมากน้อยต่างกัน เช่น อาหารที่มีเหล็กมาก ได้แก่ ตับ ไต หัวใจ เลือด เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ไข่แดง เป็นต้น อาหารที่มีธาตุ ไอโอดีนมาก ได้แก่ เกลือทะเล สาหร่ายทะเล สัตว์ทะเล ทุกชนิด อาหารที่มีธาตุแคลเซียมมาก ได้แก่ นม เนย ไข่ ถั่ว และสัตว์เล็ก ๆ ที่เรารับประทานเขาไปได้ทั้งกระดูก เช่น ปลา นก กบ เป็นต้น

5.  วิตามิน มีอยู่กว่าสิบชนิด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและ ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อาหารแต่ละอย่างจะให้วิตามินแต่ละชนิดมากน้อยต่าง ๆ กัน

วิตามินที่สำคัญและจำเป็นสำหรับสุนัขมีดังนี้

วิตามิน เอ มีอยู่ในเนื้อสัตว์หลายชนิด ตับ เนยแข็ง ไข่แดงและ นม น้ำมันตับปลา ช่วยในการต้านทานโรคติดต่อแก่ร่างกายสุนัข วิตามินซี พบมากในยีสต์ ไข่แดง นม ตับวัว และไต ให้ความสมบูรณ์และป้องกันโรคประสาท ควบคุมความสมบูรณ์แก่ผิวหนังและระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย

วิตามิน ซี พบมากในผลไม้สดและพืชผักต่าง ๆ หลายชนิด แก่โรคลักปิดลักเปิด รักษาผิวหนังและขนสุนัข

วิตามิน ดี มีมาก ในนํ้ามันตับปลา ไข่แดง มันสัตว์และเนยแข็ง หรือจากการได้รับแสงอาทิตย์บนผิวหนังมีความสำคัญเกี่ยวกับความเจริญเติบโตของร่างกายและกระดูก ช่วยดูดซับและให้ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งเป็นธาตุที่ให้ความเจริญเติบโตแก่กระดูก การขาดธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน

วิตามิน อี พบมากในพืชใบเขียว และพบมากที่สุดจากนํ้ามันสกัดจากข้าวสาลี ป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นหมัน และถ้าสุนัขขาดวิตามินอีระยะเวลานานอาจจะทำให้เป็นหมันตลอดไป และจะไม่สามารถแก้ โดยการให้วิตามิน

นํ้า มีความสำคัญเกี่ยวกับการทำงานของเซล ช่วยการไหลเวียนของเลือด การย่อยอาหาร และการขับถ่าย ช่วยทำให้ร่างกายชุ่มชื้น ความสำคัญของนํ้าต่อร่างกายนั้นมีมาก เพราะเป็นส่วนประกอบ ถึง 70% ของนํ้าหนักตัว คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของนํ้าที่นับว่ามีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตและดีกว่าของเหลวอื่น ๆ เท่ากัน นํ้ามีความจุความ ร้อนสูงกว่าของเหลวอื่น ๆ กล่าวคือ ถ้าอุณหภูมิและปริมาณของนํ้าและ

หน้าที่สำคัญของสารอาหารต่าง ๆ ที่มีต่อร่างกาย

สารอาหาร หน้าที่สำคัญ
ให้พลังงานความร้อนและกำลังงาน ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และทำให้เจริญเติบโต ช่วยในการครบคุม ขบวนการทำงานต่าง ๆ
คาร์โบไฮเดรท X
ไขมัน X
โปรตีน X X X
เกลือแรต่าง ๆ X X
วิตามินต่าง ๆ X X
นํ้า X

ของเหลวอื่น ๆ เท่ากัน เมื่อจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเท่า ๆ กัน จะต้องให้ปริมาณความร้อนแก่นํ้ามากกว่าให้แก่ของเหลวอื่นหรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งคือน้ำเป็นตัวต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้อย่างดี ในขณะที่อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนั้น นอกจากนี้ เมื่อสิ่งแวดล้อมมีอุณหภูมิสูง น้ำจากร่างกายก็จะระเหยออกมามากขึ้น การระเหยช่วยลดความร้อนของร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกาย ไม่สูงถึงขีดอันตรายได้โดยง่าย

การให้อาหารสุนัขให้สมดุลย์และถูกสัดส่วนตามความต้องการของวัย และร่างกายสุนัข

การให้อาหารตามหลักโภชนาการ หมายถึงว่าในอาหารแต่ละมื้อ ควรประกอบด้วยสารอาหารทั้ง 6 ชนิด ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว คือต้อง ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรท ไขมัน โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน และน้ำ

ชื่ออาหาร จำนวน 100 กรัม ให้แรงงาน (แคลอรี่) ให้คาร์โบ ไฮเดรท (กรัม) ให้ไขมัน (กรัม) ให้โปรตีน (กรัม) ให้แคลเซียม (กรัม) ให้ฟอส ฟอรัส (กรัม) ให้เหล็ก (กรัม)
เนื้อวัว 273 22 17.5 0.0100 0.1500 0.0026
เนื้อควาย 106 2.00 1.60 19.60 0.0110 0.1870 0.0029
ตับวัว 136 6.00 3.20 19.70 0.0007 0.1580 0.0066
ตับไก 141 2.60 4.00 22.50 0.0160 0.3400 0.0044
ตับหมู 134 1.70 4.80 19.70 0.0100 0.2620 0.0180
ไก 302 25.00 18.00 0.0140 0.3000 0.0015
เป็ด 326 28.60 16.00 0.0150 0.2880 0.0018
ไข่เป็ด 189 0.80 14.30 13.10 0.0500 0.1950 0.0023
นมถั่วเหลือง 33 2.10 4.50 3.40 0.0210 0.0470 0.0007
นมวัว 66 5.10 3.50 3.70 0.1230 0.0970 0.0001
นมควาย 106 4.40 7.90 4.70 0.1640 0.0990 0.0002

และให้พลังงานเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายด้วยการให้ อาหารที่ถูกต้องจะมีผลทางจิตใจและร่างกายสุนัขอย่างมาก เช่น ทำให้ร่างกายเจริญได้สัดส่วนกับอายุจริงอยู่ที่ขนาดของร่างกายขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่อาหารก็มีส่วนสำคัญมาก จากการศึกษาขนาดของเด็ก ญี่ปุ่น นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายของเด็กญี่ปุ่นในปัจจุบันมีขนาดใหญ่ขึ้นสูงขึ้น เนื่องจากอิทธิพลของการกินอย่างถูกหลักประโยชน์การให้อาหารที่ถูกต้องในด้านจิตใจ ทำให้สุนัขมีสติปัญญาดี สุขภาพจิตสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพการทำงานดี และทำประโยชน์ให้เจ้าของสุนัขได้มากกว่า

จากหลักฐานทางแพทย์ได้ชี้แจงว่า ความพยายามที่จะให้นํ้าหนักของสุนัขอายุอ่อนวัยสูงสุด โดยการให้อาหารมากเกินจำนวนและให้พลังงานสูงอาจจะเร่งให้เกิดผลเสียถึงปัญหาภายหลังเมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาที่ไม่ได้สัดส่วนของกระดูกและกล้ามเนื้อ ความสำคัญในการทราบว่าการให้มากหรือน้อย ไม่เป็นอันตรายต่อการพัฒการในอนาคต ถ้าให้สุนัขได้จำกัดอาหารสุนัขจะได้ใหญ่ที่สุด และ

การสรางยีนก็จะมีขึ้นโดยเหมาะสม โดยใช้เวลาบ้าง การไม่เร่งอาหารจะทำให้สุนัขได้โตเต็มที่ สุนัขควรจะได้ชั่งนํ้าหนักเป็นระยะทุกอาทิตย์ และมีสถิติจดไว้ด้วย จำนวนอาหารควรตัดสินด้วยการดูจากสถิติการเจริญเติบโตเฉลี่ยมากกว่าที่จะดูกจากน้ำหนักสูงสุดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น การให้อาหารสุนัข 2 ครั้งใน 1 วัน เป็นการเริ่มต้นหลังจาก สุนัขอายุได้ 5-6 เดือน ท้องสุนัขในวัยนี้ไม่ว่างเร็วนัก ปริมาณ 1 ส่วน 4 ของอาหารเท่านั้นที่เหลือหลังจากอาหารถึงกระเพาะ 4 ชั่วโมง แล้ว ครึ่งหนึ่งของอาหารหลัง 6 ชั่วโมงยังคงมีเหลืออยู่ นมเป็นอาหารที่มีประโยชน์และจะถูกย่อยได้ง่ายและเร็วกว่าอาหารแข็ง ถึงแม้ว่ามีน้ำเพียงพอแล้วก็ตาม

อย่าแปลกใจ เมื่อสุนัขกินอาหารแบบเล็ม ๆ ซึ่งหมายถึงว่าควรจะลดจำนวนอาหารลงไม่ใช่ตามใจโดยการเปลี่ยนอาหารอาจจะมีผลทำให้สุนัขท้องเสียได้ เนื่องจากแบคทีเรียในลำไส้ยังไม่คุ้นเคยกับอาหารใหม่ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะเปลี่ยนอาหารอย่างทันที และจะทำให้สุนัขมีนิสัยกินอาหารยากขึ้นทุกที สุนัขควรจะกินเสร็จภายใน 20 นาที หลังจากนั้นเอาอาหารส่วนที่เหลือออกจะช่วยฝึกสุนัขให้กินอาหารเป็น เวลาถ้ายังปล่อยไว้ สุนัขอาจจะไม่กินในตอนแรก แต่จะมากินในเวลาต่อมา ทำให้เสียถึงการฝึกให้สุนัขไม่เก็บกินอาหารนอกเวลาเพื่อป้องกันยาเบื่อของสุนัขใช้งาน

ยังเป็นคำถามว่า จำนวนอาหารเท่าไรที่พอเพียงที่จะให้สุนัข เพราะสุนัขแต่ละตัวมีความต้องการพื้นฐานต่างกัน เช่น ขนาด และพันธุ์ ที่แตกต่างกัน การเมตาโบลีซึม อารมณ์ การออกกำลังกาย หรือการทำงาน และความต้องการเมื่อเจริญเติบโต การตั้งท้อง หรือมีอายุมาก สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงความต้องการอาหารของสุนัข เจ้าของสุนัขควรจะตัดสินใจจากอาหารที่ให้สุนัขและสุนัขมีปฎิกิริยาตอบโต้ในสภาพใดบ้าง

โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก ๆ และพันธุ์ขนาดใหญ่การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ได้ทำอย่างถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องความต้องการอาหารของสุนัขกับพันธุ์ขนาดกลาง เล็ก หรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการปรับตัวของสุนัขแต่ละขนาดและพันธุ์ไม่เท่ากัน ถ้าการรับเอาแคลอรี่ไม่พอเพียงแล้วการย่อยอาหารจะไม่สามารถจำกัดได้หรืออีกนัย หนึ่ง จำนวนแคลอรี่ที่มากเกินไปจะทำให้เกิดโรคอ้วน ถ้าการจำกัดอาหารได้สมดุลย์แล้ว แคลอรี่ โปรตีน เกลือแร่ และวิตามินจะช่วยทำ ให้ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอาหารและนํ้าหนักสุนัขได้ผลเต็มที่

หลังจากสุนัขอายุได้ครบ 1 ปี ควรให้อาหารวันละ 1 ครั้งตามความสะดวกโดยเฉพาะสุนัขใหญ่เต็มที่แล้ว แต่สุนัขพอใจที่จะได้อาหาร 2 ครั้งมากกว่า อาหารหนักที่จะให้ตอนดึก เพื่อต้องการให้สุนัขนอนอย่างสงบเงียบ หรือเพื่อใช้สุนัขทำงานในเช้าวันต่อไป ส่วนการให้อาหารเบา ๆ เล็กน้อยตอนกลางคืนก็เพื่อต้องการให้สุนัขเฝ้ายามนั่นเอง เพราะฉะนั้นปริมาณจะถูกตัดสินด้วยอะไรก็ตามแต่ขนาดของแต่ละตัว การมี กิจกรรม นิสัย อารมณ์ หรือความแปรปรวนของสุนัขแต่ละตัว โดยการวัดผลจากนํ้าหนักที่เพิ่มมากขึ้นหรือลดลงแต่ละอาทิตย์เป็นเกณฑ์ ความสมบูรณ์ของจิตใจร่างกายสุนัขของแต่ละตัวในสายตาผู้เลี้ยงอย่างใกล้ชิดเป็นสำคัญจะถูกต้องที่สุด