การเลี้ยงดูไก่พันธุ์

ตามปกตินอกฤดูฟักไข่ เรางดผสมพันธุ์ไก่ นอกจากงานผลิตไก่กระทง อาหารไก่ ในช่วงระยะนอกฤดูผสมพันธุ์นี้เลี้ยงด้วยอาหารไก่ไข่ธรรมดา พอถึงอีก 1-2 เดือนจะเข้าฤดูฟักจึงเริ่มเลี้ยงดูด้วยอาหารไก่พันธุ์เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์สมบูรณ์แข็งแรงดีเสียก่อน ทั้งนี้มิใช่จะสำคัญแต่ที่อาหาร สิ่งที่ช่วยให้พ่อแม่พันธุ์มีไข่ที่ฟักออกดีมีปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

1.  ฤดูกาล ฤดูการผสมพันธุ์ไก่ที่เหมาะ คือ ปลายฝนหรือสิงหาคม กันยายน เป็นต้น ไปจนถึงต้นมีนาคม ในฤดูหนาวของเมืองเราดีมาก เป็นช่วงที่ได้ไข่มีเชื้อสูง เปอร์เซ็นต์ฟักออกมากกว่าเวลาอื่น

2.  อายุไก่ ไก่หนุ่มไก่สาวปีแรกแข็งแรงกว่าไก่อายุเกิน 2 ปี ไก่ที่แข็งแรงย่อมให้ไข่ มีเชื้อดีกว่า ตามปกติไข่จากฝูงพ่อแม่พันธุ์ปีแรกจะมีเชื้อและฟักออกดีกว่าไข่ที่มาจากพ่อพันธุ์ที่อายุปีที่ 2 และ 3

3.  การสืบสายเลือดจากพ่อแม่พันธุ์ที่ให้ไข่มีเชื้อแข็งแรง จะรู้ได้จากสมุดพันธุ์ประวัติที่บันทึกประวัติของพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่แสดงว่าให้ลูกหลานที่ให้ไข่มีเชื้อดี สถิติไข่ประจำตัว และประวัติประจำสายเลือดนี้ต้องทำทุกรุ่นไว้เพื่อใช้ในไก่รุ่นต่อไป

4.  อาหาร ไก่พันธุ์ควรได้รับอาหารที่มีไวตามินเอ ดี อี บีสอง บีสิบสอง และควรมีโปรตีนจากสัตว์ โปรตีน 17% กับไวตามินอีสูงกว่าในอาหารของไก่ไข่ เพื่อให้โภชนะต่างๆ เหล่านี้ไปสะสมในไข่ให้ฟักออกดีและได้ลูกไก่ที่แข็งแรง อาหารที่ช่วยให้ฟักไข่ออกดีย่อมใช้ในการดำรงชีวิต ใช้ก่อสร้างร่างกายให้เติบโตและสร้างไข่ดีด้วย ไก่พันธุ์ตัวผู้ระยะที่ยังเป็นไก่รุ่นอาจเลี้ยงด้วยอาหารป่นกับอาหารหยาบ พอไก่นั้นโตเกือบเต็มที่ควรลดอาหารป่นลง และเพิ่มอาหารธัญพืชขึ้น การดูแลให้อาหารไก่พันธุ์ ถ้าไม่ระวังดูแลให้ดีจะมีปัญหาแม่ไก่พันธุ์ ปีที่ 2 อ้วนเกินไป เป็นเหตุให้ไข่ลดน้อยลงอย่างผิดปกติ มีผู้ใช้วิธีจำกัดปริมาณอาหาร โดยให้ไก่กินอาหารเพียงปริมาณที่ร่างกายจะเอาไปดำรงชีวิตและทำไข่เท่านั้น หรือบางท่านแนะนำว่า ควรให้ไก่พันธุ์ที่อายุเกินปีกินอาหารเพียง 70% ของอัตราปกติ อย่างไรก็ดี ความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้มีความมุ่งหมายเหมือนกัน คือ ต้องการป้องกันพ่อแม่พันธุ์ไม่ให้อ้วนเกินไป การหมั่นจับต้องตัวไก่เดือนละครั้งราว 10-15%ของฝูง ตรวจดูความสมบูรณ์ของไก่ เป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะจะรู้และแก้ไขปรับปรุงได้ทันก่อนที่ไก่จะไข่น้อยลง

ตัวอย่างนํ้าหนักไก่พันธุ์ตามอายุและเพศ

5.  ไก่กระทงที่คัดไว้ทำพันธุ์ เริ่มคัดเมื่ออายุ 8 อาทิตย์ จากไก่จำนวนมาก ๆ ควรเลี้ยงดูอย่าให้อ้วน อายุหลังจาก 12-18 อาทิตย์ควรใช้อาหารถ่วง (อาหารที่มีโปรตีนและพลังงานต่ำ) หรือให้ได้รับอาหารเพียง 70% ของปริมาณที่ไก่ต้องการในวันหนึ่ง ๆ อย่างไรก็ดีควรตรวจสอบ กับนํ้าหนักประจำพันธุ์ตามอายุและเพศ

ในอาหารไก่พันธุ์ควรมีสิ่งเหล่านี้ให้บริบูรณ์

1.  โปรตีนสูงกว่า 16-17% ขึ้นไป และควรมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของโปรตีนต่าง ๆ ในอาหารนั้น ๆ

ไก่พันธุ์ที่ได้รับการเลี้ยงดูดี อาหารดี เจริญเติบโตดี ย่อมจะมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ให้ไข่ที่มีเชื้อดี พักออกสูง ลูกไก่ที่ได้ก็ย่อมแข็งแรง โตเร็ว เลี้ยงรอดได้มาก ดังนี้อาหารไก่ พันธุ์จึงไม่เพียงแต่ต้องมีคุณภาพและปริมาณพอเพียงเพื่อดำรงชีวิต ยังต้องการเพื่อสร้างไข่ เพื่อการมีเชื้อผสมพันธุ์ที่แข็งแรงและไข่พักออกดีด้วย แม้ว่าในอาหารไก่พันธุ์จะมีระดับโปรตีน เท่ากับในอาหารไก่ไข่ แต่ก็ต้องมีไวตามิน เอ ดี อี ไรโบเฟลวิน บีสิบสอง และบีคอมเพลกช์ ต่าง ๆ สูงกว่าอาหารไก่ไข่

2. ไวตามินต่าง ๆ พวกไวตามินเอ ดี บีรวม เซ่น ไรโบเฟลวิน ไนอาซิน บี 12 กับ ไวตามินอี ควรให้สูงกว่าในอาหารไก่ไข่

อาหารไก่พันธุ์ตามปกติมีโปรตีนเท่าของไก่ไข่ หรือประมาณ 17% นอกจากจะต้องมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งแล้ว ใบกระถินป่นหรือหญ้าสดเป็นของขาดไม่ได้ และนํ้ามันตับปลา หรือไวตามินผง เอ ดี ควรให้มากกว่าของอาหารไก่ไข่อย่างน้อยอีก 25% สำหรับ ไปช่วยบำรุงความแข็งแรงแก่ลูกไก่

6.  การเลี้ยงดู เอาใจใส่ดูแลให้ไก่ได้กินอาหารพอเพียงและทั่วถึง

7.  ระยะการผสมไก่ โดยทั่วไปเปอร์เซ็นต์ไข่มีเชื้อจะค่อนข้างสูงในระยะต้น ๆ 3-4 เดือน เพราะต่อจากนี้เปอร์เซ็นต์การมีเชื้อจะค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากดินฟ้าอากาศเริ่มร้อนขึ้น ถ้าต้องการไข่ฟักนานกว่านี้ควรมีพ่อแม่พันธุ์สำรองไว้แทนสับเปลี่ยนแทนกันบ้าง

เรือนโรงของไก่พันธุ์

เรือนโรงไก่พันธุ์มีแบบต่าง ๆ แล้วแต่ความสะดวกในการทำงานและการลงทุน จะใช้แบบใดนั้นย่อมแล้วแต่ทุนและสิ่งแวดล้อม เรือนโรงสำหรับไก่ผสมพันธุ์อาจใช้แบบต่อไปนี้

ก. ขังกรง แล้วผสมพันธุแบบผสมเทียม

ข. ปล่อยผสมพันธุในเล้าแบบธรรมชาติ

ค. ขังเดี่ยวตัวผู้ไว้ในพื้นที่ 1×1.5 เมตร แล้วปล่อยแม่ไก่เข้าไปผสมพันธุ์กันแบบธรรมชาติ วิธีนี้นิยมใช้ในยุโรปและออสเตรเลีย

ง. แบบฮาวาย ขังตัวผู้กลางกรง ตัวเมียขังเดียวขนาบข้าง ปล่อยตัวเมียเข้าหาตัวผู้ทีละตัว

จ. แบบอื่น ๆ

จะเป็นเรือนแบบไหนก็ตาม ควรให้มีร่มไม้อยู่ทางด้านตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเรือน เพื่อบรรเทาความร้อนของแดดบ่าย เพราะความร้อนเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ลดการมีเชื้อและการฟักออกลงได้มาก ความร้อนในเดือนเมษายนหรือต้นพฤษภาคม ถ้าสูงกว่า 100°ฟ. อาจทำให้ไก่ตายได้ หรือไก่ตัวผู้เป็นหมันชั่วคราว การแก้โดยพ่นนํ้าให้เปียกตัวไก่ และภายในเรือนหรือไก่พ่นนํ้าเป็นฝอยรดหลังคาเวลาอากาศร้อนอาจช่วยได้บ้าง แต่ ไม่ใช่วิธีที่ดีนักถ้าไม่มีกระแสลมพัด กลับจะทำให้ความชุ่มชื้นในที่นั้นสูง อบอ้าวขึ้น ไก่เป็นหวัดมากขึ้น ฟาร์มไก่บางแห่งมีพัดลมขนาดใหญ่ไว้ในเรือนไก่ ช่วยระบายความร้อนได้ผลพอประมาณ แต่ควรระวังไก่จะเป็นหวัด

อัตราส่วนตัวผู้ต่อจำนวนตัวเมีย

ไก่พันธุ์เนื้อและไข่ใช้พ่อพันธุ์หนุ่มที่แข็งแรง 1 ตัวต่อตัวเมีย 8-10 ตัว สำหรับพันธุ์ไข่ ใช้ตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 12-15 ตัว นํ้าเชื้อจากตัวผู้หนึ่งตัวนำไปผสมเทียมฉีดตัวเมียได้ครั้งละ ประมาณ 3-6 ตัว พ่อแม่พันธุ์เหล่านี้อย่างน้อยก็ควรจะได้คัดเลือกหรือพิสูจน์แล้วว่าเป็นไก่ดีที่ไข่ดีครบปีมาแล้ว หากเป็นไก่สาวก็ควรไข่ดีมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน เป็นพี่น้องหรือลูก เรียงพี่เรียงน้องที่พี่น้องรุ่นเดียวกันมีสถิติการให้ไข่ดีไข่เร็ว ไข่ฟองงาม หากจะเลี้ยงเพื่อขาย เป็นไก่เนื้อ ก็ควรเป็นไก่ที่มาจากสายเลือดที่โตเร็วขนงอกเร็วและลักษณะอื่น ๆ ตรงกับความต้องการของตลาด

การดูแลตัวผู้พ่อพันธุ์

การให้พ่อไก่มีลานคุ้ยเขี่ยอาหาร เป็นการช่วยให้มันได้ออกกำลังและรับแสงแดดในฤดูร้อน ไม่ควรผสมไก่โดยไม่จำเป็น ฤดูที่เหมาะ คือ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงกุมภาพันธ์ เว้นแต่พ่อแม่พันธุ์ไก่กระทงซึ่งต้องผลิตไข่ฟักตลอดปี ระวังอย่าให้พ่อไก่พันธุ์อ้วนเกินไป ไก่ตัวผู้ที่มีอายุย่างปีที่สองแล้ว มักมีเดือยยาว อาจเป็นอันตรายแก่หลังแม่ไก่ขณะขึ้นทับควรใช้เลื่อยตัดออกบ้าง

ไข่พันธุ์

เมื่อผสมพันธุ์แล้ว 5-7 วัน หรือ 3-4 วันหลังจากผสมเทียม จึงเริ่มเก็บไข่ฟัก หาก เปอร์เซ็นต์มีเชื้อตํ่าก็ควรลองเปลี่ยนตัวผู้ ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ควรพิจารณาจากอายุพ่อแม่พันธุ์ อุณหภูมิในเล้าไก่และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ตลอดจนตัวคนที่ดูแลไก่ ค่อย ๆ พิจารณาแก้ไขเป็น อย่าง ๆ ไป

ไข่ที่จะนำมาเข้าเครื่องฟัก ควรได้คัดเลือกถึงความสมํ่าเสมอ ทั้งนํ้าหนัก รูปทรง สีเปลือก ขนาด ความหนาบางและความเรียบร้อยของเปลือก นํ้าหนักเฉลี่ยของไข่พันธุ์ อาจใช้ เกณฑ์เฉลี่ยจากไข่ 10 ฟองแรกของการไข่เดือนที่ 5 หรือ 6 หรือตั้งแต่ไข่ครบ 4 เดือน อาทิตย์ละฟองไปจนเดือนที่ 10 ไม่ควรใช้นํ้าหนักไข่ในฤดูร้อน เพราะไข่เล็กกว่าฤดูปกติ ไข่ของแม่ไก่ อายุ 2 ปี ย่อมใหญ่กว่าของแม่ไก่ปีแรก

นํ้าหนักไข่สัมพันธ์กับขนาดของแม่ไก่ ถ้าจะให้ได้ไข่ขนาดดี ควรเลือกแม่ไก่สาว ขนาด 1 ½ กก. เมื่ออายุ 6 เดือนสำหรับพันธุ์ไข่ ถ้าพันธุ์เนื้อและไข่ ควรเป็น 2 กก. พันธุ์เนื้อควรเป็น 2.5 กก. ขึ้นไป

งานเลี้ยงไก่พันธุ์เป็นงานจุกจิกและต้องหมั่นตรวจตราเสมอ ๆ หากท่านไม่มีเวลามากพอ ก็ไม่ควรเลี้ยงไก่พันธุ์ อาจหาซื้อลูกไก่จากฟาร์มที่รักษาชื่อเสียงที่ท่านเชื่อถือได้มาเลี้ยงจะดีกว่า

อายุไก่พันธุ์

ไข่ไก่สาวมีเชื้อและพักออกสูงกว่าแม่ไก่ แต่ลูกไก่ที่ฟักได้จะมีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ดี หากจะใช้ทำพันธุ์ต่อไปในปีที่สอง ควรได้มีการคัดเลือกไข่ฟักจากพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ และถ้าจะรักษาเป็นพันธุ์แท้ไว้ก็ต้องเลือกที่มีลักษณะดีตามลักษณะประจำพันธุ์ อย่างน้อยควรได้ตรวจสถิติไข่มาแล้วสัก 3-6 เดือนแรก ๆ เป็นอย่างน้อย ไก่ที่อายุเกิน 2 ปีแล้วการผสมมีเชื้อ และฟักออกตํ่ากว่าของไก่อายุปีแรก

การเตรียมอื่น ๆ

ได้แก่ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ที่ไข่หรือรังไข่ ไก่ที่เลี้ยงแบบในเล้า ควรมีรังไข่ 1 รังต่อแม่ไก่ 5 ตัว เพื่อจะได้ช่วยแก้ปัญหาไข่แตกและไข่เรี่ยราดบนพื้นเล้า

ที่กินนํ้า รางอาหาร ควรมีให้พอกับจำนวนไก่ให้ไก่เข้ากินพร้อมกันได้ทุกตัวในเวลาเดียวกัน และให้มีอยู่ตลอดเวลา ควรมีรางเปลือกหอยหรือกรวดสัก 1-2 ราง ตั้งหรือแขวนไว้ที่ ข้างฝาของตัวเรือน สำหรับไก่กรงขัง ควรใช้วิธีการโปรยเปลือกหอยหยาบบนอาหารในราง หน้ากรงให้ 2-3 วันต่อครั้งในตอนบ่าย ตัวละสักหยิบมือ

แสงสว่างตอนกลางคืนในฤดูที่ต้องการไขมาก ควรเพิ่มให้ตอนหัวคํ่าและหัวรุ่งอีกวันละ 2-4 ชั่วโมง

ปัญหาเหาไรต้องหมั่นตรวจดูทุก 3-4 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าร้อน วิธีอาบนํ้าโล่ติ๊น ทำได้โดยแช่รากโล่ติ๊น 1/2 กก. ไว้หนึ่งคืน ทุบแล้วขยี้ลงในนํ้าจนนํ้าขาว ๆ ออกละลาย นํ้าหมด ใช้น้ำประมาณ 3-4 ปีบ จับไก่แช่ลงในนํ้าโล่ติ๊นเหลือแค่จมูก ลูบย้อนขนราวตัวละ 1/2—1นาทีจึงเอาขึ้น ถ้าไม่ใช้วิธีอาบ จะใช้ ดี.ดี.ที. ดีลดรินอ่อน ๆ ฉีดตามตัวใต้ ปีก ก้น หน้าอก พื้นเล้า และตามกรงให้ทั่วก็ได้ หรือจะใช้ดีลดรินข้น นํ้ายาฉุนกลั่น 40% เซฟวินหรือมาลาไธออนป้าย บาง ๆ 2-3 แนวที่ใต้ปีก สร้อยคอ และที่ขนก้นท้องก็ใช้ได้

พยาธิภายนอกต่าง ๆ และแมลงวัน ควรใช้ยาและความเข้มข้นของยาต่าง ๆ ตามคำ แนะนำของโรงงานหรือตามตาราง 8.3

หนูทำลายอุปกรณ์ สิ่งของ ขโมยไข่ อาหาร ลูกไก่ กัดทำลายฝา พื้น เป็นพาหะของโรค และทวีจำนวนลูกหลานเร็วมาก การเลี้ยงไก่ หากมีหนูคอยเป็นศัตรูหรือกาฝากอยู่ ย่อมหมายถึงเจ้าของไก่มีส่วนสูญเสียต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

การปราบหนูอาจทำได้โดยใช้เหยื่อพิษที่ผสมสำเร็จ เช่น วอร์ฟาริน โปรลิน หรือ ยาฆ่าแมลงผสมข้าวโพด ปลาป่น ควรใช้เหยื่อพิษที่ใหม่ ไม่อับหืน วางไว้ตามที่ทางหนูเข้ามา และมีนํ้าที่หนูจะกินได้วางไว้ใกล้ ๆ หนูกินเหยื่อพิษจะกระหายนํ้ามาก ขณะวางยาต้องระวัง หรือมีที่กันอย่าให้ไก่หรือสัตว์เลี้ยงเข้าไปกินเหยื่อพิษนี้ได้

วอร์ฟารินและโปรลินเป็นยาพิษสำหรับหนู เป็นพวกที่ทำให้โลหิตไหลไม่หยุดและไม่เป็นลิ่มในกระเพาะอาหาร เวลาหนูกินเหยื่อพิษเข้าไปจะเกิดผลร้ายแก่หนูเมื่อประมาณ 5-14 วัน โปรลินเป็นเหยื่อที่มีซัลฟาควินน็อคซาลีน ทำให้แบคทีเรียที่สร้างไวตามินเคในลำไส้ไม่เจริญ การรักษาสถานที่ให้สะอาด ไม่มีซอกรูต่าง ๆ ไม่มีกองขยะรุงรัง และทิ้งขี้ไก่ให้ห่าง ตัวเรือนเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของหนูหรือที่เพาะไข่แมลงต่อไป โรงงานอาหารไก่ในต่างประเทศ เขาใช้ยารมฆ่าแมลงในยุ้งและในโรงงาน 1-2 อาทิตย์ต่อครั้งในวันหยุดประจำอาทิตย์ ขณะ เดียวกันก็เป็นการขับไล่และทำลายหนูไปในตัว

เหยื่อพิษชนิดล่าสุดชื่อ ราคูมิน เป็นเหยื่อสำเร็จรูป ใช้ทำลายหนูได้ผล และหนูที่ตาย จะไม่เน่าส่งกลิ่น


อาหารไก่พันธุ์

ถ้าผู้เลี้ยงต้องการจะได้ไก่พันธุ์ที่ฟักออกดี ก็จำเป็นจะต้องบำรุงเลี้ยงให้ร่างกายแม่ไก่สะสมอาหารที่จำเป็นแก่ลูกไก่ให้มากพอ เพื่อให้ได้ลูกไก่ที่ฟักออกมากเปอร์เซ็นต์ และแข็งแรง สมบูรณ์ อาหารไก่พันธุ์ต้องมีไวตามินดี ไรโบเฟลวิน และไวตามินบี 12 สูง สำหรับไปทำให้ เชื้อลูกไก่แข็งแรง ถ้าเลี้ยงไก่ในร่มหรือขังกรง ต้องเติมไวตามินดีในอาหารเพิ่มขึ้นอีก

อาหารไก่พ่อพันธุ์ ต้องการโปรตีนเท่ากับของแม่ไก่พันธุ์ แต่ต้องการอาหารเมล็ดธัญพืช มากกว่าไก่ไข่ ผู้เลี้ยงต้องระวังอย่าให้พ่อไก่ได้รับโปรตีนไม่พอเพียง เพราะจะเป็นผลกระทบ กระเทือนถึงความไม่พอใจในสิ่งอื่น ๆ ตามมาด้วย